กาญจนบุรี:ท่ามะกา

เขียน เมื่อ April - 8 - 2009

อำเภอท่ามะกา

ประวัติความเป็นมา
     อำเภอท่ามะกาจากการบันทึกของนักประวัติศาสตร์ชื่อ  สถิต  เลิศวิชัย  ได้บันทึกไว้ว่าอำเภอท่ามะกานั้น  เดิมชื่อ  “ อำเภอลาดบัวขาว ”  ตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2445  โดยเอพื้นที่เขตตำบลท่าผา  ตำบลธรรมเสน  และตำบลลาดบัวขาว  รวมกันตั้ง  เป็นอำเภอลาดบัวขาว  ในสมัยนั้นยังขึ้นอยู่กับจังหวัดราชบุรี  (ขณะนี้ที่ตั้งของอำเภอลาดบัวขาวเดิม  เป็นที่ตั้งของวัดลาดบัวขาว  อำเภอบ้านโป่ง  จังหวัดราชบุรี  อยู่ตรงข้ามวัดโกสินารายณ์  คนละฝั่งของแม่น้ำแม่กลองในปัจจุบัน)
     ต่อมาในปี พ.ศ. 2446  หรือรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) 124  ทางราชการได้ย้ายที่ตั้งที่ว่าการอำเภอลาดบัวขาวมาตั้งใหม่ที่ ตำบลพงตึก  และได้เปลี่ยนชื่ออำเภอจากอำเภอลาดบัวขาวเป็น  อำเภอพระแท่น  ทั้งนี้เพราะในเขตอำเภอมีปูชนียสถานที่สำ คัญในทางพระพุทธศาสนาคือ พระแท่นดงรังซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี โดยทั่วไปของชาวพุทธ
     ต่อมาในปี  พ.ศ. 2453  สมัยขุนศรีสรนาสน์นิคม  หรือมหาจันทร์  ปุญสิริ  เป็นนายอำเภอ  ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอพระ แท่น  จากตำบลพงตึกมาตั้งใหม่ที่หมู่บ้าน  ถ้ำมะกา  อยู่ทางฝั่งด้านขวาของแม่น้ำแม่กลอง  โดยซื้อที่ดินของขุนอารักษ์ดรุณกิจ  จำนวน  10  ไร่  20 ตารางวา เป็นเงิน  120 บาท และที่ดินของ นายชื่น  จำนวน  2  ไร่  1  งาน  60  ตารางวา  เป็นเงิน 120 บาท  รวมเป็นเนื้อที่ของอำเภอ  12  ไร่  1 งาน  80  ตารางวา  ใช้เป็นที่สร้างที่ว่าการอำเภอพระแท่นหลังใหม่  เนื่องจากที่ท่าน้ำหน้า อำเภอมีต้นมะกาต้นใหญ่  ต่อมาในปี  พ.ศ. 2460  สมัยขุนรามบุรีรักษ์ (แอร่ม  สุนทรศารทูล) เป็นนายอำเภอ  จึงได้เปลี่ยนชื่อ อำเภอใหม่จาก  อำเภอพระแท่น  เป็น  อำเภอท่ามะกา ซึ่งยังคงขึ้นอยู่กับท้องที่จังหวัดราชบุรี จนกระทั่งปี  พ.ศ. 2480  จึงได้โอนมาขึ้นกับท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี จนถึงปัจจุบัน
     ต่อมาในปี  พ.ศ.2516  สมัยนายชวเลิศ  ปริยานนท์  ดำรงตำแหน่งนายอำเภอท่ามะกา  การคมนาคมโดยสะดวกขึ้นมาก  ถนนสายกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี  มีสภาพดี  ประชาชนมาปลูกบ้านอาศัยริมถนนแสงชูโตกันมากขึ้น  การคมนาคมทางน้ำ มีน้อยมาก  นายอำเภอและประชาชนจึงพร้อมใจกันมาตั้งที่ว่าการอำเภอท่ามะกา  ในสถานที่แห่งใหม่  ติดถนนแสงชูโต  โดยมีบุคคลที่เห็นประโยชน์ต่อทางราชการโดยส่วนรวมบริจาคที่ดินให้สร้างที่ว่าการอำเภอท่ามะกาประกอบด้วย
 1. ร.ท.นพคุณ มานะกิจ บริจาคที่ดิน   จำนวน  11 ไร่  1 งาน  27 ตารางวา คิดเป็นเงิน 1,826,000 บาท
 2. นายวสันต์ สมพงษ์ บริจาคที่ดิน   จำนวน  1 ไร่  2 งาน  24 ตารางวา คิดเป็นเงิน 263,110  บาท
 3. นางซ่อน เรืองพิริยะ บริจาคที่ดิน 2 งาน 2 ตารางวา คิดเป็นเงิน  83,830 บาท
 4.นายแฮ สุโขทัย บริจาคที่ดิน 1 งาน  63 ตารางวา คิดเป็นเงิน 45,000 บาท
     และพร้อมกันนี้อำเภอก็ได้งบประมาณสร้างที่ว่าการอำเภอ  จากกรมการปกครองเป็นจำนวนเงิน  500,000  บาท  มีประชาชนบริจาคสมทบอีก  850,000  บาท  ที่ว่าการอำเภอท่ามะกาหลังใหม่จึงก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย  เมื่อวันที่  29  มิถุนายน  2516  ได้ประกอบพิธีเปิดเมื่อ วันจันทร์ที่   5 สิงหาคม  2517  โดยนาเวทย์  นิจถาวร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  เป็นประธาน
     ต่อมาในปี  พ.ศ. 2539  สมัยนายอุทัย  นิตย์โชติ  ดำรงตำแหน่งนายอำเภอเห็นว่าประชากรของอำเภอมีจำนวนมากขึ้น  ที่ว่าการอำเภอมีขนาดเล็กไม่สามารถบริการประชาชนในท้องที่ที่มาใช้บริการ  จึงทำการก่อสร้างที่ว่าการอำเภอหลังใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง  เป็นเงิน 5,795,000 บาท เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ  เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ  50  ปี  ได้ทำการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่  11  มิถุนายน  2539  โดยมี  นายสุชาญ  พงษ์เหนือ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  มาเป็นประธาน และอาคารได้เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่  18  เมษายน  2540  โดยมีนายประมวล  รุจนเสรี อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธี

สถานที่ท่องเที่ยว
     โบราณสถานพงตึก สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี และได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 11–12 ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พงตึกเมื่อปี พ.ศ. 2470 เช่น ตะเกียงทองสำริดโรมัน พระพิมพ์ดินเผา พระนารายณ์สลักจากศิลา พระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปี พ.ศ. 2477 ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นโบราณวัตถุเพิ่มเติมที่พงตึกและยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว ปัจจุบันโบราณวัตถุบางส่วนที่ขุดค้นนำไปเก็บไว้ที่วัดดงสัก บางส่วนอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางใต้ประมาณ 37 กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 92–93 จะมีป้ายบอกทางเข้าซ้ายมือไปโบราณสถานพงตึก เมื่อข้ามสะพานจันทรุเบกษา จะผ่านวัดดงสักซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้ตรงไปจนผ่านป้อมตำรวจพงตึกซึ่งอยู่ด้านขวา โบราณสถานพงตึกจะอยู่ถัดป้อมตำรวจพงตึกไปไม่ไกลนัก
     พระแท่นดงรัง สถานที่แห่งนี้เป็นวัดโบราณซึ่งมีแท่นหินขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่นี่ อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาททำจากไม้ขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทย ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระอานนท์ ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ทุกๆ ปีประมาณกลางเดือน 4 ของไทยจะมีงานนมัสการอย่างยิ่งใหญ่
การเดินทาง จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงบริเวณแยกตลาดท่าเรือ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3081 ระหว่างกิโลเมตรที่ 9-10
     อุทยานมัจฉาวังสังกะวาส อยู่ในบริเวณพื้นที่วัดหวายเหนียว ตำบลหวายเหนียว หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 92–93 เข้าทางเดียวกับโบราณสถานพงตึก เมื่อลงจากสะพานจันทรุเบกษา เลี้ยวขวาตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองประมาณ 3 กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปที่นิยมมาให้อาหารปลา เวลากลางวันจะพบปลาตะเพียน ในเวลาหนึ่งทุ่มเป็นต้นไปจึงจะพบปลาสังกะวาสซึ่งนับวันจะหาดูได้ยาก นอกจากนี้ภายในวัดหวายเหนียวยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
kanchanaburi.com
thamaka.com

Comments are closed.

เกี่ยวกับเมือง กาญจนบุรี

"แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก"

"เมืองกาญจน์" หรือ กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยม เดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก "เมืองกาญจน์" เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแคว

แท็ค