<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยว &#187; สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี</title>
	<atom:link href="http://kanchanaburi.kapook.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kanchanaburi.kapook.com</link>
	<description>กาญจนบุรี</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Oct 2009 09:23:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กาญจนบุรี:หาดทรายท่าล้อ</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 10:05:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทรายท่าล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาป]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[รจนา]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรจนา]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอท่าม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำแม่กลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[ 
 
 
         &#8220;หาดทรายท่าล้อ&#8221; เป็นหาดทรายที่อยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ทางเข้าอยู่ข้างวัดท่าล้อ ก่อนถึงสามแยกท่าล้อ และอยู่เยื้องๆ กับร้านรจนาก่อนถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 9 &#8211; 10 กม.  
         
          หาดทรายท่าล้อ เกิดขึ้นและพัฒนาโดย โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์องค์การบริหารส่วนตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะ เป็นหาดทรายหยาบที่ลาดลงสู่แม่น้ำแม่กลอง มีความยาวประมาณ 500 เมตร โดยแม่น้ำแม่กลองช่วงนี้จะเป็นคุ้งน้ำ มีความกว้างคล้ายทะเลสาป ทัศนยภาพด้านหน้าเป็นภูเขา มีลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดเวลา บรรยากาศไม่แตกต่างกับชายทะเลเท่าใดนัก
         บริเวณหาดทรายนั้น มีบริการเตียงผ้าใบ ร่ม ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือถีบ เรือพาย เจ็ตสกี ไว้คอยให้บริการ และสำหรับเด็กๆ ที่ชอบการเล่นน้ำ บริเวณหาดทรายก็มีสวนสนุกลอยน้ำ (เครื่องเล่นเป่าลม) เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำ อัตราค่าบริการ คนละ 20 บาทหรือหนุ่มสาวคู่ไหน จะมาแสวงหาความโรแมนติก ถีบเรือ ล่องแม่น้ำแม่กลอง ก็มีไว้คอยให้บริการ ในอัตรา ครึ่งชั่วโมง 40 บาท 
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
weekendhobby.com
oknation.net
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p style="text-align: center;"> <img class="size-medium wp-image-171  aligncenter" title="e0b897e0b988e0b8b2e0b8a5e0b989e0b8ad1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/e0b897e0b988e0b8b2e0b8a5e0b989e0b8ad1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"> </p>
<p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt">         <span style="color: #800000;"><strong><span>&#8220;หาดทรายท่าล้อ&#8221;</span></strong> เป็นหาดทรายที่อยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ทางเข้าอยู่ข้างวัดท่าล้อ ก่อนถึงสามแยกท่าล้อ และอยู่เยื้องๆ กับร้านรจนาก่อนถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 9 &#8211; 10 กม.  <br />
</span>         <br />
        <span style="color: #000080;">  หาดทรายท่าล้อ เกิดขึ้นและพัฒนาโดย โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์องค์การบริหารส่วนตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะ เป็นหาดทรายหยาบที่ลาดลงสู่แม่น้ำแม่กลอง มีความยาวประมาณ 500 เมตร โดยแม่น้ำแม่กลองช่วงนี้จะเป็นคุ้งน้ำ มีความกว้างคล้ายทะเลสาป ทัศนยภาพด้านหน้าเป็นภูเขา มีลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดเวลา บรรยากาศไม่แตกต่างกับชายทะเลเท่าใดนัก</span></p>
<p>    <span style="color: #800000;">     บริเวณหาดทรายนั้น มีบริการเตียงผ้าใบ ร่ม ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือถีบ เรือพาย เจ็ตสกี ไว้คอยให้บริการ และสำหรับเด็กๆ ที่ชอบการเล่นน้ำ บริเวณหาดทรายก็มีสวนสนุกลอยน้ำ (เครื่องเล่นเป่าลม) เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำ อัตราค่าบริการ คนละ 20 บาทหรือหนุ่มสาวคู่ไหน จะมาแสวงหาความโรแมนติก ถีบเรือ ล่องแม่น้ำแม่กลอง ก็มีไว้คอยให้บริการ ในอัตรา ครึ่งชั่วโมง 40 บาท </span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก<br />
<a href="http://www.weekendhobby.com/board/boat/Question.asp?ID=11136" target="_blank">weekendhobby.com</a><br />
<a href="http://www.oknation.net/blog/SHUTTERTD/2007/06/19/entry-1" target="_blank">oknation.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี : ถนนคนเดินปากแพรก</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 09:57:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[ถนนคนเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนคนเดิน เมืองกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนคนเดินปากแพรก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสิทธิสังข์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านแต้มทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ประตูเมืองเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสุมิตราคาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=158</guid>
		<description><![CDATA[
ถนนคนเดิน เมืองกาญจนบุรี 
          ณ จุดที่แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ เป็นชัยภูมิซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงใช้สร้างเมืองใหม่ในปีพ.ศ. 2374 และได้ขยับขยายบ้านเมืองสืบทอดวิถีผู้คนผ่านยุคล่าสมัยอาณานิคม สงครามโลก เรื่อยมาจนเป็นเมืองกาญจนบุรีในปัจจุบัน  นับได้เป็นระยะเวลาถึง 177 ปีแล้ว
ถนนปากแพรก
          ย่านชุมชนเก่าแก่ของเมืองกาญจน์ที่ขนานไปกับน้ำแควใหญ่ ใกล้กำแพงเมือง มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์พร้อมกับสร้างเมืองในยุคแรกๆ บริเวณนี้เป็นย่านการค้าสำคัญ เนื่องจากใกล้ชุมทางขนส่งทางน้ำของกาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นจุดที่เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองกาญจน์หลายแห่ง อาทิ กำแพงประตูเมืองเก่า ศาลหลักเมือง พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ และยังอยู่ใกล้ท่าน้ำหน้าเมืองที่มีเรือแพท่องเที่ยวมากมาย
สิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ
          มีทั้งโบราณสถาน บ้านเรือนร้านค้าแบบไม้และตึก ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงแบบจีนและตะวันตก ก่อสร้างอยู่รวมกันตลอดเส้นทางสายนี้ เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร


ประตูเมืองเก่า
          รัชกาลที่ 3 ได้ทรงย้ายเมืองกาญจนบุรีจากลาดหญ้า มาตั้งยังอยู่ที่ปัจจุบัน ประตูเมืองก่อด้วยอิฐ ด้านบนตัวอักษรระบุปี พ.ศ. 2374 ที่สร้างเมือง ด้านหน้าประตูมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 ส่วนด้านข้างเป็นแนวกำแพงเมืองเก่า
บ้านแต้มทอง
          บ้านตึกหลังแรกของกาญจนบุรี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมเป็นร้านค้าขายของหลายอย่าง รวมทั้งเครื่องยาจีน และทอง อยู่บริเวณช่วงกลางถนนปากแพรก ปัจจุบันเป็นบ้านพักอาศัย มีลูกหลานอาศัยอยู่นับเป็นรุ่นที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="size-medium wp-image-159 aligncenter" title="00" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/00-300x179.jpg" alt="" width="300" height="179" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ถนนคนเดิน เมืองกาญจนบุรี</strong> </span></p>
<p>          ณ จุดที่แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ เป็นชัยภูมิซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงใช้สร้างเมืองใหม่ในปีพ.ศ. 2374 และได้ขยับขยายบ้านเมืองสืบทอดวิถีผู้คนผ่านยุคล่าสมัยอาณานิคม สงครามโลก เรื่อยมาจนเป็นเมืองกาญจนบุรีในปัจจุบัน  นับได้เป็นระยะเวลาถึง 177 ปีแล้ว<br />
ถนนปากแพรก</p>
<p>          ย่านชุมชนเก่าแก่ของเมืองกาญจน์ที่ขนานไปกับน้ำแควใหญ่ ใกล้กำแพงเมือง มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์พร้อมกับสร้างเมืองในยุคแรกๆ บริเวณนี้เป็นย่านการค้าสำคัญ เนื่องจากใกล้ชุมทางขนส่งทางน้ำของกาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นจุดที่เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองกาญจน์หลายแห่ง อาทิ กำแพงประตูเมืองเก่า ศาลหลักเมือง พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ และยังอยู่ใกล้ท่าน้ำหน้าเมืองที่มีเรือแพท่องเที่ยวมากมาย</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">สิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ</span></strong></p>
<p>          มีทั้งโบราณสถาน บ้านเรือนร้านค้าแบบไม้และตึก ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงแบบจีนและตะวันตก ก่อสร้างอยู่รวมกันตลอดเส้นทางสายนี้ เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/20090430850_03.jpg"><img class="size-medium wp-image-160 aligncenter" title="20090430850_03" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/20090430850_03-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p><strong><br />
<span style="color: #000080;">ประตูเมืองเก่า</span></strong></p>
<p style="text-align: left;">          รัชกาลที่ 3 ได้ทรงย้ายเมืองกาญจนบุรีจากลาดหญ้า มาตั้งยังอยู่ที่ปัจจุบัน ประตูเมืองก่อด้วยอิฐ ด้านบนตัวอักษรระบุปี พ.ศ. 2374 ที่สร้างเมือง ด้านหน้าประตูมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 ส่วนด้านข้างเป็นแนวกำแพงเมืองเก่า</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">บ้านแต้มทอง</span></strong></p>
<p>          บ้านตึกหลังแรกของกาญจนบุรี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมเป็นร้านค้าขายของหลายอย่าง รวมทั้งเครื่องยาจีน และทอง อยู่บริเวณช่วงกลางถนนปากแพรก ปัจจุบันเป็นบ้านพักอาศัย มีลูกหลานอาศัยอยู่นับเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว บรรพบุรุษคือ นายฮะฮ้อ แต้มทอง (แซ่อื้อ) ชาวจีนซึ่งมาตั้งรกรากที่เมืองกาญจน์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และได้กลับไปเมืองจีนนำช่างจีนกลับมาสร้างบ้านพร้อมเตียงดำ ซึ่งปัจจุบันบ้านนี้มีอายุประมาณ 150 ปี สถาปัตยกรรมแบบจีนยังคงสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกอย่าง </p>
<p><strong><span style="color: #000080;">บ้านสิทธิสังข์</span></strong></p>
<p>          ตึกเก่า 2 ชั้นติดกัน 3  คูหา สไตล์โคโลเนียล บานประตูเฟี้ยม ระเบียงชั้นบนทำเป็นช่องโค้ง  ปัจจุบันได้รับการตกแต่งทาสีใหม่ให้เป็นร้านกาแฟร่วมสมัยภายใต้โครงสร้างเดิม   มีบริการเครื่องดื่มและขนมหวานต่างๆ</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">โรงแรมสุมิตราคาร</span></strong></p>
<p>          โรงแรมแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว  ลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ 5 คูหา เป็นที่เช่านอนของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันด้านล่างเปิดเป็นร้านขายของชำทั่วไป</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์</span></strong></p>
<p>          เป็นตึก 3 ชั้น บ้านของนายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธุ์ ผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับทหารญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในเสรีไทยที่ได้แอบช่วยฝ่ายพันธมิตรและเชลยศึก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/20090430850_06.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-161" title="20090430850_06" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/08/20090430850_06-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>         </p>
<p>         นอกจากนี้ยังมีอาคารที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ ศาลเจ้าแม่กวนอิม บ้านคชวัตร บ้านเดิมของสมเด็จพระสังฆราช บ้านชวนพานิช ร้านบุญเยี่ยมเจียระไน ฯลฯ</p>
<p>           แม้ถนนสายนี้จะผ่านกาลเวลาเนิ่นนานมาเกือบสองร้อยปี ชาวชุมชนที่อาศัยสืบทอดต่อเนื่องกันมานับแต่อดีตยังคงรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ได้ด้วยความภาคภูมิใจและได้ร่วมใจจัด ถนนคนเดิน โดยฟื้นความคึกคักมีชีวิตชีวาของถนนเก่าสายนี้  ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ตอนเย็นแดดล่มลมตกไปจนถึงยามค่ำคืน ด้วยความเข้มขลังของตึกรามบ้านช่องแบบเก่าๆ ดั้งเดิม ผสมผสานกับกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม งานศิลปะต่าง ๆ รวมทั้งสินค้าอาหารแบบโบราณและร่วมสมัยมากมาย  ทำให้ถนนคนเดินแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดบรรจุไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว ในยามที่มาพักผ่อนที่เมืองกาญจนบุรีในวันสุดสัปดาห์</p>
<p>ขอบคุณขอมูลและรูปภาพจาก<br />
<a href="http://www.isarapost.net/overview.php?c=11&amp;id=6934" target="_blank">isarapost.net</a><br />
<a href="http://travel.kapook.com/view1679.html" target="_blank">travel.kapook.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี : โรงถ่ายภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2009 08:35:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงถ่ายภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[กองพลทหารราบที่ ๙]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายสุรสีห์]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานสมเด็จพระนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[พระแสงปืนต้น]]></category>
		<category><![CDATA[พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[สีหสาสนบัลลังก์]]></category>
		<category><![CDATA[อาณาจักรหงสาวดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=149</guid>
		<description><![CDATA[โรงถ่ายภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร 
         
          จากพื้นที่ป่ารก ในเขตพื้นที่ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี  บนเนื้อที่เกือบ 2,000 ไร่ ที่นี่ได้ถูกเนรมิตขึ้น ด้วยระยะเวลา กว่า 4 ปี จนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่วิจิตรไปด้วยปราสาท ราชวัง รวมถึงหมู่บ้าน บ้านเรือนต่างๆ มากมาย ใครที่เคยได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” แล้วได้แวะไปเยือนที่ “พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ” แห่งนี้ คงจะได้จินตนาการถึงฉาก และสถานที่ต่างๆ ที่เคยได้ชมจากภาพยนตร์อย่างเพลิดเพลินกันเลยทีเดียว
          สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรงหงสาวดี นิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์

          โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่างๆ อาทิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/07/1.jpg"></a><span style="color: #000080;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>โรงถ่ายภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร</strong></span> </span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/07/11.jpg"><img class="size-medium wp-image-151 aligncenter" title="11" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/07/11-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></a>         </p>
<p>          จากพื้นที่ป่ารก ในเขตพื้นที่ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี  บนเนื้อที่เกือบ 2,000 ไร่ ที่นี่ได้ถูกเนรมิตขึ้น ด้วยระยะเวลา กว่า 4 ปี จนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่วิจิตรไปด้วยปราสาท ราชวัง รวมถึงหมู่บ้าน บ้านเรือนต่างๆ มากมาย ใครที่เคยได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่อง<strong><span style="color: #993300;"> “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”</span></strong> แล้วได้แวะไปเยือนที่<strong><span style="color: #993300;"> “พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ”</span></strong> แห่งนี้ คงจะได้จินตนาการถึงฉาก และสถานที่ต่างๆ ที่เคยได้ชมจากภาพยนตร์อย่างเพลิดเพลินกันเลยทีเดียว</p>
<p>          สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรงหงสาวดี นิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/07/2.jpg"><img class="size-medium wp-image-152 aligncenter" title="2" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/07/2-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p>          โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่างๆ อาทิ การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน และมีจุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว</p>
<p>        <span style="color: #008000;">  <span style="color: #000080;">เปิดทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. 0 3453 2057-8 แฟ็กซ์ 0 3453 2056 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2736 2300 เว็บไซต์</span></span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.prommitrfilmstudio.com/" target="_blank">prommitrfilmstudio.com</a><br />
<a href="http://www.sadoodta.com/travel.php?subaction=showfull&amp;id=1191865706&amp;archive=&amp;start_from=&amp;ucat=111" target="_blank">sadoodta.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี:วัดถ้ำขุนแผน</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2009 10:04:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[วัดถ้ำขุนแผน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลหนองบัว]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำพุพระ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดถ้ำพุทธวาส]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอเมืองกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำแควใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[วัดถ้ำพุทธวาส (ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน)
         วัดถ้ำขุนแผน แต่เดิมมีชื่อว่า ถ้ำพุพระ เพราะมีการพบพระพิมพ์รุ่นเก่าจำนวนหนึ่ง ต่อมามีการจัดตั้งวัดขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดถ้ำขุนแผน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ อยู่สูงจากพื้นราบประมาณ 100 เมตร มีบันไดคอนกรีตประมาณ 190 ขั้น จากพื้นราบจนถึงปากถ้ำ ภายในถ้ำพบหินงอกหินย้อยสวยงาม  

          ถ้ำพุพระ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแควใหญ่ ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี  มีประวัติเล่าว่า ขุนแผน ได้นำเอากุมารทอง มาย่าง ในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระ ห่างจากเมืองกาญจนบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยอยู่เยื้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเล็กน้อย  อยู่บนเส้นทางสาย กาญจนบุรี &#8211; ไทรโยค &#8211; ทองผาภูมิ ตรงกิโลเมตรที่ ๗-๘ แยกซ้ายเข้าไป อีก ๑ กิโลเมตร มีป้ายบอกชัดเจน มีรถประจำทาง สายกาญจนบุรี &#8211; ไทรโยค วิ่งผ่านปากทาง ไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดิน

ขอบคุณที่มาข้อมล
moohin.com
th.wikipedia.org
tour.co.th
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080;">วัดถ้ำพุทธวาส (ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน)</span></span></strong></p>
<p>        <strong> <span style="color: #800080;">วัดถ้ำขุนแผน</span></strong><span style="color: #800080;"> แต่เดิมมีชื่อว่า ถ้ำพุพระ เพราะมีการพบพระพิมพ์รุ่นเก่าจำนวนหนึ่ง ต่อมามีการจัดตั้งวัดขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดถ้ำขุนแผน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ อยู่สูงจากพื้นราบประมาณ 100 เมตร มีบันไดคอนกรีตประมาณ 190 ขั้น จากพื้นราบจนถึงปากถ้ำ ภายในถ้ำพบหินงอกหินย้อยสวยงาม  <br />
</span><br />
         <strong> <span style="color: #008000;">ถ้ำพุพระ</span></strong><span style="color: #008000;"> ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแควใหญ่ ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี  มีประวัติเล่าว่า ขุนแผน ได้นำเอากุมารทอง มาย่าง ในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระ ห่างจากเมืองกาญจนบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยอยู่เยื้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเล็กน้อย  อยู่บนเส้นทางสาย กาญจนบุรี &#8211; ไทรโยค &#8211; ทองผาภูมิ ตรงกิโลเมตรที่ ๗-๘ แยกซ้ายเข้าไป อีก ๑ กิโลเมตร มีป้ายบอกชัดเจน มีรถประจำทาง สายกาญจนบุรี &#8211; ไทรโยค วิ่งผ่านปากทาง ไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดิน<br />
</span><br />
<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #993300;">ขอบคุณที่มาข้อมล</span></span><br />
<a href="http://www.moohin.com/021/021b002.shtml" target="_blank">moohin.com</a><br />
<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99" target="_blank">th.wikipedia.org</a><br />
<a href="http://www.tour.co.th/tour.php?p_id=22&amp;t_id=1113" target="_blank">tour.co.th</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี:เขื่อนวชิราลงกรณ</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2009 10:55:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[วชิราลงกรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนวชิราลงกรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองบาดาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[เขื่อนวชิราลงกรณ

 เขื่อนวชิราลงกรณเดิมที่ ชื่อว่าเขื่อนเขาแหลม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  เป็นเขื่อนวชิราลงกรณ  เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
 ทะเลสาบเหนือเขื่อนเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลางขุนเขาสลับซับซ้อนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี เกิดจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำแควน้อยรอบ ๆ เขื่อนวชิราลงกรณ์ มีสภาพเป็นป่าดิบรกทึบอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิด ส่วนใต้ผืนน้ำก็เต็มไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำอันทรงคุณค่า เช่น ปลากระสูบ ปลาแรด ปลาชะโด และปลายี่สก เป็นต้น นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสู่ทะเลสาบเพื่อมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ รวมทั้งพักค้างแรมในแพพักหรือรีสอร์ท ริมอ่างเก็บน้ำ
 ผืนน้ำกว้างไกลมีความหมายแห่งชีวิตและเรื่องราว เล่าขานตำนานเมืองสังขละบุรีที่เลือนหาย อยู่ใต้ผิวน้ำชั่วนิจนิรันดร์ราวเมืองบาดาล ใครจะเชื่อว่า คราใดเมื่อน้ำลดเมืองบาดาลทั้งเมืองก็ปรากฏให้ทุกคนเห็นหรือใครจะดิ่งดำลงไปก็จะเห็นลวดลายแสนวิจิตรของวิหรแห่งเมืองใต้บาดาล เมืองบาดาล เขื่อนเขาแหลม จ. กาญจนบุรี

 

ลักษณะเขื่อน

 เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย เททับหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนสูงจากฐาน 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เขื่อนวชิราลงกรณ<br />
</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"> เขื่อนวชิราลงกรณเดิมที่ ชื่อว่าเขื่อนเขาแหลม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  เป็นเขื่อนวชิราลงกรณ  เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี</span></p>
<p><span style="color: #993300;"> ทะเลสาบเหนือเขื่อนเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลางขุนเขาสลับซับซ้อนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี เกิดจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำแควน้อยรอบ ๆ เขื่อนวชิราลงกรณ์ มีสภาพเป็นป่าดิบรกทึบอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิด ส่วนใต้ผืนน้ำก็เต็มไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำอันทรงคุณค่า เช่น ปลากระสูบ ปลาแรด ปลาชะโด และปลายี่สก เป็นต้น นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสู่ทะเลสาบเพื่อมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ รวมทั้งพักค้างแรมในแพพักหรือรีสอร์ท ริมอ่างเก็บน้ำ</span></p>
<p><span style="color: #993300;"> ผืนน้ำกว้างไกลมีความหมายแห่งชีวิตและเรื่องราว เล่าขานตำนานเมืองสังขละบุรีที่เลือนหาย อยู่ใต้ผิวน้ำชั่วนิจนิรันดร์ราวเมืองบาดาล ใครจะเชื่อว่า คราใดเมื่อน้ำลดเมืองบาดาลทั้งเมืองก็ปรากฏให้ทุกคนเห็นหรือใครจะดิ่งดำลงไปก็จะเห็นลวดลายแสนวิจิตรของวิหรแห่งเมืองใต้บาดาล เมืองบาดาล เขื่อนเขาแหลม จ. กาญจนบุรี<br />
</span><br />
<!--[if gte mso 9]><xml> <w:WordDocument> <w:View>Normal</w:View> <w:Zoom>0</w:Zoom> <w:PunctuationKerning /> <w:ValidateAgainstSchemas /> <w:SaveIfXMLInvalid>false</w:SaveIfXMLInvalid> <w:IgnoreMixedContent>false</w:IgnoreMixedContent> <w:AlwaysShowPlaceholderText>false</w:AlwaysShowPlaceholderText> <w:Compatibility> <w:BreakWrappedTables /> <w:SnapToGridInCell /> <w:ApplyBreakingRules /> <w:WrapTextWithPunct /> <w:UseAsianBreakRules /> <w:DontGrowAutofit /> </w:Compatibility> <w:BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w:BrowserLevel> </w:WordDocument> </xml><![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w:LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"> </w:LatentStyles> </xml><![endif]--> <!--[if gte mso 10]><br />
<mce:style><!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin:0cm; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --></p>
<p><!--[endif]--><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #008000;">ลักษณะเขื่อน</span><br />
</strong></span><br />
<span style="color: #008000;"> </span></span><span style="color: #008000;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เททับหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนสูงจากฐาน </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">92 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เมตร สันเขื่อนกว้าง </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">10 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เมตร</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ยาว </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">1,019 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เมตร มีความจุ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">8,860 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> 5,369 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ล้านลูกบาศก์เมตร บริเวณปล่อยน้ำได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">3 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เครื่อง</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ขนาดกำลังผลิต </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">100,000 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิต </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">300,000 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">กิโลวัตต์</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">760 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง</span></span></p>
<p><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="color: #008000;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนเอนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์ด้านผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">6 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">กิโลเมตร</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในท้องที่อำเภอท้องผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">มีพื้นที่รับน้ำฝน </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">3,720 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ตารางกิโลเมตร</span></span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="color: #008000;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">2522 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เสร็จในปี </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">2527 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">แต่เดิมมีชื่อว่า</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เขื่อนเขาแหลม หลังสร้างเสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เมื่อวันพฤหัสบดีที่ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">9 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">มกราคม </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;">2529 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">และพระราชทานชื่อใหม่ว่า</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;MS Sans Serif&quot;;"> </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">เขื่อนวชิราลงกรณ</span></span><span style="font-family: Tahoma;"> <span style="color: #008000;"><br />
</span><br />
</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #ff6600;">การเดินทาง</span> </strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"> เขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 278 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ใช้เส้นทางถนนสายเพชรเกษมหรือสายพุทธมณฑล เข้าสู่จังหวัด กาญจนบุรี แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งสู่อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทาง 130 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอทองผาภูมิ จากทองผาภูมิไปยังเขื่อนอีกประมาณ 20 กิโลเมตร มีป้ายบอกชัดเจน<br />
หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี หรือโดยรถไฟสายท่องเที่ยวจากสถานี รถไฟบางกอกน้อย ก็สามารถต่อรถโดยสารประจำทางที่ท่ารถในอำเภอเมือง มาลงปลายที่ทองผาภูมิ แล้วจ้างเหมารถยนต์รับจ้างให้พาเที่ยวชมเขื่อนและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง</span></p>
<p><span style="color: #993366;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ติดต่อสอบถาม</strong></span></span></p>
<p><span style="color: #800080;"> ผู้สนใจจะเยี่ยมชมหรือพักแรมที่เขื่อนศรีนครนิทร์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เจ้าหน้าที่ บ้านพักรับรองเขื่อนศรีนครินทร์ โทร. 034-513001-2 ต่อ 2455<br />
เขื่อนวชิราลงกรณ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ซึ่งทางเขื่อนมี เจ้าหน้าที่บริการ และรักษาความปลอดภัยคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน รวมทั้งมีสิ่ง อำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น บ้านพัก ร้านอาหาร ห้องประชุม และสนามกีฬาต่างๆ ตลอดจนจัดเรือล่องชม อ่างเก็บน้ำไว้บริการด้วย</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ขอบคุณที่มาข้อมูล</span><br />
<a href="http://www.tourdoi.com/travel/dam/wachirarongkorn.htm" target="_blank">tourdoi.com</a><br />
<a href="http://vrk.egat.com/home/vrk/th/" target="_blank">vrk.egat.com</a><br />
<a href="http://www.moohin.com/021/021d003.shtml" target="_blank">moohin.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี:น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 May 2009 08:49:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ห้วยแม่ขมิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนศรีนครินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=116</guid>
		<description><![CDATA[น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น


น้ำตกห้วยขมิ้น
          ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนตามแนวเหนือ &#8211; ใต้ ของเทือกเขาตะนาวศรี มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตัวน้ำตกตั้งอยู่ ในอำเภอศรีสวัสดิ์ ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ 108 กม. น้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกแบ่งออกเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป อุทยานฯ ได้ทำทางเดินเท้าสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร. 579-0529, 579-4842
          น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีลีลาเชิงชั้นอ่อนช้อย ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ น้ำใส สะอาด และด้วยลักษณะ ของหินปูนจึงไม่ค่อยมีตะไคร่น้ำจับที่พื้น สามารถเดินได้ดีไม่ลื่น  ตั้งอยู่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากผืนป่าต้นน้ำแม่น้ำแควใหญ่ หรือแม่กลอง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ น้ำตกแม่ขมิ้น เกิดจากห้วยแม่ขมิ้น เป็นชั้นน้ำตกหินปูนมีถึง 7 ชั้นด้วยกันทำให้เกิดลำห้วยแม่ขมิ้น และก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามถึง 7 แห่ง ได้แก่ ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: center"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น</span></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><span style="text-decoration: underline;"><br />
<a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/big1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-122" title="big1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/big1-199x300.jpg" alt="" width="199" height="300" /></a></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>น้ำตกห้วยขมิ้น</strong></span><br />
</span>          <span style="color: #800000;">ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนตามแนวเหนือ &#8211; ใต้ ของเทือกเขาตะนาวศรี มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตัวน้ำตกตั้งอยู่ ในอำเภอศรีสวัสดิ์ ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ 108 กม. น้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกแบ่งออกเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป อุทยานฯ ได้ทำทางเดินเท้าสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร. 579-0529, 579-4842</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>          น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น</strong> เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีลีลาเชิงชั้นอ่อนช้อย ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ น้ำใส สะอาด และด้วยลักษณะ ของหินปูนจึงไม่ค่อยมีตะไคร่น้ำจับที่พื้น สามารถเดินได้ดีไม่ลื่น  ตั้งอยู่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากผืนป่าต้นน้ำแม่น้ำแควใหญ่ หรือแม่กลอง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ น้ำตกแม่ขมิ้น เกิดจากห้วยแม่ขมิ้น เป็นชั้นน้ำตกหินปูนมีถึง 7 ชั้นด้วยกันทำให้เกิดลำห้วยแม่ขมิ้น และก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามถึง 7 แห่ง ได้แก่ ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า และชั้นที่น่าสนใจที่สุดคือ ชั้นที่ 4 และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนที่ชั้นนี้เนื่องจากอยู่บนเทือกเขา ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเขื่อนศรีนครินทร์</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/e0b981e0b89ce0b899e0b897e0b8b5e0b988e0b8abe0b989e0b8a7e0b8a2e0b882e0b8a1e0b8b4e0b989e0b899.jpg"></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/e0b981e0b89ce0b899e0b897e0b8b5e0b988e0b8abe0b989e0b8a7e0b8a2e0b882e0b8a1e0b8b4e0b989e0b8991.jpg"></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/144.jpg"></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/144-copy.jpg"><img class="size-medium wp-image-120 aligncenter" title="144-copy" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/144-copy-284x300.jpg" alt="" width="284" height="300" /></a><br />
<strong></strong></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><strong><span style="text-decoration: underline;"><br />
<span style="color: #008000;">การเดินทาง</span><br />
</span>          <span style="color: #800000;">รถยนต์ส่วนบุคคล</span></strong><span style="color: #800000;"> จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ.ศรีสวัสดิ์ เส้นทางหลวงหมายเลข 3199 เพื่อมุ่งไปยังอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทาง ก่อนจะเข้าถึงตัวอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ท่านจะผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา (ไม่ต้องเข้าไปในเขื่อนท่าทุ่งนา)<br />
จากนั้นจะมีทางให้ท่านเลือกเดินทาง 2 ทางได้แก่<br />
          1. ขับตรงไปโดยไม่ต้องขึ้นเนินทางชัน ที่เขียนว่าแพขนานยนต์ โดยจะเป็นทางแยกให้ขับตรงไปประมาณ 500 เมตร จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการอยู่ที่ด่าน เส้นนี้เป็นเส้นทางเขื่อนศรีนครินทร์ได้นะครับ จากนั้นขับมาตามทางท่านจะพบทางชันให้ท่านขับขั้นมาประมาณ 800 เมตร ก่อนจะถึงที่ทำการเขื่อนศรีนครินทร์ จะมีป้ายบอกไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ท่านสามารถขับตามถนนได้เลย ประมาณ 40 กม. ทางจะเป็นลูกลัง (แนะนำให้ใช้ทางแพขนานยนต์ดีกว่า) ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และที่นั่นก็จะเป็นตัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น<br />
          2. ทางแพขนานยนต์(รถเก๋งเดินทางสะดวก) โดยท่านจะต้องขึ้นทางชันที่เขียนว่าแพขนานยนต์ จากนั้นให้ท่านขับไปตามทางเรื่อย ๆ ตามถนนเส้นหลักนะครับ สุดทางจะเป็นแพขนานยนต์ และท่านสามารถขับรถไปบนแพขนานยนต์เพื่อข้ามฝั่งได้นะครับ (ข้ามฝั่งตรงนี้ใช้เวลาประมาณ ไม่เกิน 10 นาที) หลังจากขึ้นจากแพแล้วให้ท่านขับตามทางลาดยางมาประมาณ 10 กม. ท่านจะพบกับป้ายบอกทางไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ทางจะเป็นลูกลังขับตามทางประมาณ 5 กม. ก็จะพบกับแพขนานยนต์อีกที่หนึ่งครับ ใช้เวลาข้ามประมาณ 1.30 ชม. ก็จะถึงฝั่ง หลังจากขึ้นจากฝั่งให้ท่านขับตามป้ายน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นประมาณอีก 5 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และที่นั่นก็จะเป็นตัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น<br />
        <strong>  เรือเหมา</strong> ขึ้นที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 12กิโลเมตร ราคา 1,500 (10 คน) &#8211; 3,000(30 คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป 200 เมตร ถึงตัวน้ำตก<br />
         <strong>รถโดยสาร</strong> สามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุดตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รถออกเวลาประมาณ 12.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (หมายเหตุ &#8211; เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยน)</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;">ขอบคุณที่มารูปภาพ</span></span><br />
<a href="http://www.moohin.com/021/021g011.shtml" target="_blank">moohin.com</a><br />
<a href="http://www.pantown.com/board.php?id=2594&amp;name=board7&amp;topic=144&amp;action=view" target="_blank">pantown.com</a><br />
<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;">ขอบคุณที่มาข้อมูล<br />
</span></span><a href="http://www.moohin.com/021/021g011.shtml" target="_blank">moohin.com</a><br />
<a href="http://www.annaontour.com/province/kanchanaburi/maekhamin_wall.php" target="_blank">annaontour.com</a><br />
<a href="http://www.tripperclub.com/travel/waterfall-m/m-hoymaekamin.php" target="_blank">tripperclub.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาญจนบุรี:อุทยานแห่งชาติไทรโยค</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 08:27:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติไทรโยค]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกไทรโยค]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรโยค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[
อุทยานแห่งชาติไทรโยค





ข้อมูลทั่วไป
     อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำอันเย็นฉ่ำภายใต้ร่มเงาแห่งแมกไม้ของป่าใหญ่ และเป็นแรงบันดาลใจให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ทรงประพันธ์บทเพลง “เขมรไทรโยค” จนความงามของน้ำตกไทรโยคเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
     เดิมพื้นที่ป่าบริเวณป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย ในท้องที่ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค ตำบลลุ่มสุ่ม ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 417 (พ.ศ. 2512) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2512 และป่าห้วยเขยง ท้องที่ตำบลท่าขนุน ตำบลปิล้อก ตำบลหินดาด และตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 480 (พ.ศ. 2515) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2515
     เดือนธันวาคม 2519 กองอุทยานแห่งชาติได้รับแจ้งจากนายสมจิตต์ วงศ์วัฒนา หัวหน้าสวนสักไทรโยค ว่า บริเวณป่าน้ำตกไทรโยคมีสภาพป่าและสภาพธรรมชาติสวยงามมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<div style="text-align: center;"><strong><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;">อุทยานแห่งชาติไทรโยค</span></span></strong></div>
<div><strong></strong></div>
<div><strong></strong></div>
<div></div>
<p><span style="color: #800000;"></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/np111s1t1p1n17e.jpg"><strong><img class="size-medium wp-image-107 aligncenter" title="np111s1t1p1n17e" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/np111s1t1p1n17e.jpg" alt="" width="300" height="225" /></strong></a></p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ข้อมูลทั่วไป<br />
</strong></span></span>    <span style="color: #000000;"> </span><span style="color: #000000;"><span>อุทย</span><span>านแห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำอันเย็นฉ่ำภายใต้ร่มเงาแห่งแมกไม้ของป่าใหญ่ และเป็นแรงบันดาลใจให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ทรงประพันธ์บทเพลง “เขมรไทรโยค” จนความงามของน้ำตกไทรโยคเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว</span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span>     เดิมพื้นที่ป่าบริเวณป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย ในท้องที่ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค ตำบลลุ่มสุ่ม ตำบลสิงห์ อ</span>ำเภอไทรโยค ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 417 (พ.ศ. 2512) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2512 และป่าห้วยเขยง ท้องที่ตำบลท่าขนุน ตำบลปิล้อก ตำบลหินดาด และตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 480 (พ.ศ. 2515) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2515</span></p>
<p></span><span style="color: #000000;">     เดือนธันวาคม 2519 กองอุทยานแห่งชาติได้รับแจ้งจากนายสมจิตต์ วงศ์วัฒนา หัวหน้าสวนสักไทรโยค ว่า บริเวณป่าน้ำตกไทรโยคมีสภาพป่าและสภาพธรรมชาติสวยงามมาก เหมาะสมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติจึงมีหนังสือ ที่ กส 0808/3203 ลงวันที่ 14ธันวาคม 2519 เสนอกรมป่าไม้ให้ นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นบริเวณป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง จังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏว่า บริเวณดังกล่าว มีธรรมชาติสวยงามที่สำคัญหลายแห่ง เช่น น้ำตกไทรโยค ถ้ำต่างๆ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง กล่าวคือ ในระหว่าง พ.ศ. 2484-2488 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เกณฑ์ทหารเชลยศึกทำการก่อสร้างทางรถไฟเพื่อที่จะเป็นเส้นทางต่อเข้าไปยังประเทศพม่า ส่วนหนึ่งของเส้นทางผ่านเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เลียบลำน้ำแควน้อยไปจนจรดด่านเจดีย์สามองค์ ที่อำเภอ สังขละบุรี บริเวณต้นน้ำตกไทรโยคเป็นแหล่งหุงหาอาหารและที่พักพิงหลบภัย ดังปรากฏเตาหุงข้าวของทหารญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน เหมาะสมที่จะตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามบันทึกรายงานการสำรวจ ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2520</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     กองอุทยานแห่งชาติจึงได้ดำเนินการจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และเพื่อสนองนโยบายคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ 9 มกราคม 2522 ในการที่จะเสริมมาตรการ อนุรักษ์ธรรมชาติ โดยจัดให้มีอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพิ่มขึ้น ซึ่งกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งที่ 2294/2522 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2522 ให้นายพิภพ ละเอียดอ่อน นักวิชาการป่าไม้ 5 และนายภูมิ สมวัฒนศักดิ์ ช่างโยธา 3 ไปดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งได้มีหนังสือ ที่ กส 0708/9 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2522 รายงานผลการสำรวจเพิ่มเติมว่าพื้นที่ดังกล่าวมีจุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเหมาะสมเป็นอุทยานแห่งชาติ<br />
กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2523 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2523 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ในท้องที่ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค ตำบลวังกระแจะ ตำบลบ้องตี้ ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ 312,500 ไร่ หรือ 500 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 165 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2523 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 19 ของประเทศไทย และเป็นอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง</span></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000000;">ล<span style="color: #008000;"><span style="color: #008000;">ักษ</span>ณะภูมิประเทศ</span></span><br />
</span></strong>     <span style="color: #000000;">ลักษณะภ</span><span style="color: #000000;">ูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติไทรโยค ครอบคลุมพื้นที่ป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขย่ง ส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลย ประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่มีความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 300-600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เทือกเขาส่วนใหญ่จะทอดยาวจากตอนเหนือของพื้นที่ลงมาทางใต้ ด้านทิศตะวันตกจรดชายแดนประเทศพม่า ส่วนที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาแขวะ สูงประมาณ 1,327 เมตร รองลงมา คือ ยอดเขาเราะแระ สูงประมาณ 1,125 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ราบที่เป็นบริเวณกว้างปรากฏเฉพาะริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแควน้อยตอนบนจุดที่ไหลผ่านเขตอุทยานแห่งชาติบริเวณบ้านวังกร่าง บ้านไทรโยค และที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ราบจุดอื่นๆ กระจายเป็นหย่อมเล็กๆ อยู่ตอนเหนือของพื้นที่ใกล้แนวเขตอุทยานแห่งชาติ ทางทิศตะวันออก ริมห้วยแม่น้ำน้อยและห้วยผึ้ง และตอนกลางของพื้นที่บริเวณห้วยแห้งและห้วยบ้องเติ้งเท่านั้น อุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแควน้อยซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรีในเขตอำเภอสังขละบุรี ลำน้ำสายหลักๆ ที่มีน้ำไหลตลอดปีได้แก่ ห้วยแม่น้ำน้อย และห้วยแม่น้ำเลาะห้วยเต่าดำ ห้วยไทรโยค ห้วยบ้องตี้ ห้วยบ้องเติ้ง และห้วยพลู</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #008000;">ลักษณะภูมิอากาศ</span></strong><br />
</span>    <span style="color: #000000;"> เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นพื้นที่สูงชันที่ปกคลุมด้วยผืนป่า ทั้งยังมีเทือกเขาตะนาวศรีทอดยาวตลอดพรมแดนไทย-พม่า ปิดกั้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่าน ทำให้ลักษณะอากาศภายในพื้นที่มีความผันแปรค่อนข้างมาก และส่วนหนึ่งของพื้นที่มีสภาพเป็นบริเวณอับฝน โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม โดยเดือนกันยายนจะเป็นเดือนที่ฝนตกชุกที่สุด ปริมาณฝนรวมทั้งปี 975มิลลิเมตร ฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยช่วงเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงที่หนาวเย็นที่สุด และฤดูร้อน เริ่มประมาณกลางเดือนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นระยะที่ลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมพื้นที่ ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป โดยช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวที่สุด อุณหภูมิสูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวเหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมากที่สุด ด้วยสภาพป่าที่เขียวขจี ธารน้ำที่ไหลแรงที่สายน้ำตกที่มีชีวิตชีวา กลุ่มหมอกที่ไหลเรี่ยลำแควน้อยเป็นมนต์ขลังแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #008000;"><span style="color: #000000;">พ</span><span style="color: #008000;">ืชพรรณและสัตว์ป่า</span></span></strong><br />
</span><span style="color: #008000;"> </span>    เ<span style="color: #000000;">นื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคส่วนใหญ่มีสภาพเป็นภูเขา และตั้งอยู่ที่ระดับความสูงแตกต่างกันตั้งแต่ 100 เมตร ไปจนถึง 1,327 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้สังคมพืชแตกต่างกันตามระดับความสูง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้ง</span></p>
<p><strong>     <span style="color: #000000;">ป่าเบญจพรรณ</span></strong><span style="color: #000000;"> เป็นสังคมพืชที่มีเนื้อที่มากที่สุดในอุทยานแห่งชาติ คือร้อยละ 84.47 พบขึ้นกระจายทั่วไปในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 150-600 เมตร พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ขานาง ขี้อ้าย แดง ตะแบกเลือด เขลง แคหางค่าง งิ้วป่า ตะคร้อ ประดู่ กระพี้เขาควาย กาสามปีก กรวยป่า ขะเจ๊าะ กระพี้จั่น เก็ดแดง ฯลฯ พื้นป่าประกอบด้วยกล้าไม้ของไม้ชั้นบนและพันธุ์พืชชนิดอื่น เช่น กะตังใบ กระชายป่า กวาวเครือ หนามขี้แรด บุก เปราะป่า ผักปราบ และเอื้องหมายนา เป็นต้น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หากิน และหลบภัยของสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกปรอดคอลาย นกแซงแซว นกกางเขนดง นกจับแมลงจุกดำ นกจับแมลงสีฟ้า ค้างคาวคุณกิตติ กิ้งก่าบิน ตะกวด จิ้งจกดินลายจุด งูกะปะ และเต่าเหลือง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>     ป่าเต็งรัง</strong> เป็นสังคมพืชที่พบขึ้นกระจัดกระจายทางด้านทิศใต้ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 80-400 เมตร มีเนื้อที่ร้อยละ 2.52 พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง เหียง รักใหญ่ มะกอกเกลื้อน งิ้วป่า รกฟ้า หาด เปล้าหลวง พื้นป่าประกอบด้วยกล้าไม้ของไม้ชั้นบนและพันธุ์พืชชนิดอื่นๆ เช่น มะม่วงหัวแมงวัน เสี้ยวป่า เคด ผักหวาน ไผ่หางช้าง ไผ่ไร่ กระดูกอึ่ง ลูกใต้ใบ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>     ป่าดิบแล้ง</strong> พบในบริเวณที่ค่อนข้างชุ่มชื้นทางทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติโดยเฉพาะในเขตอำเภอทองผาภูมิ และทิศตะวันตกติดชายแดนพม่า ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 450-600 เมตร มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 2.95 พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ กระบก ยางนา ยางแดง หว้า กระบาก ตะแบกแดง มะส้าน ทะโล้ ก่อ ยางโอน ชมพู่ป่า เหมือด ฯลฯ พื้นป่าประกอบด้วยกล้าไม้ของไม้ชั้นบนและพันธุ์พืชชนิดอื่น เช่น กลอย กล้วยไม้ดิน กกสามเหลี่ยม เครือมัน ถั่วแปบ สาบเสือ เสี้ยว และพืชในสกุลขิง เป็นต้น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หากิน และหลบภัยของสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น ลิงลม ลิงกัง ค่างแว่นถิ่นเหนือ ชะนีมือขาว พญากระรอกดำ นกเงือกกรามช้าง นกกาฮัง กิ้งก่าบิน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     บริเวณพื้นล่างของป่าดิบแล้งเป็นที่หลบพักของสัตว์ที่หากินตามพื้นผิวดิน เช่น ช้างป่า สมเสร็จ กระทิง หมีควาย กวางป่า สัตว์ปีกที่คุ้ยเขี่ยหากินตามพื้นป่าได้แก่ นกกระทาดงแข้งเขียว นกแว่นสีเทา ชนิดสัตว์เลื้อยคลานที่พบได้แก่ เต่าหก งูเหลือม และงูจงอาง ในบริเวณที่เป็นยอดเขา หน้าผาสูงชัน และถ้ำหินปูน เป็นที่อาศัยและหากินของสัตว์บางชนิด ได้แก่ ค่างแว่นถิ่นเหนือ ลิงเสน เลียงผา ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กสองสี ค้างคาวมงกุฎ ค้างคาวปีกถุงใหญ่ ค้างคาวปีกถุงต่อมคาง ค้างคาวคุณกิตติ นกเอี้ยงถ้ำ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น เหยี่ยวนกเขาชิครา นกนางแอ่นตะโพกแดง นกพิราบ งูเขียวร่อน บริเวณพื้นที่ติดชายน้ำ หาดทราย และแหล่งน้ำต่างๆ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ผสมพันธุ์วางไข่ของสัตว์หลายชนิด เช่น เก้ง กวางป่า หมูป่า ลิงเสน นากเล็กเล็บสั้น นากใหญ่ ชะมด อีเห็น กระรอกท้องแดง นกยางเขียว นกยูงไทย นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกเอี้ยงสาริกา เต่าดำ เขียดจะนา เขียดหลังเขียว เขียดหนอง กบห้วยสีข้างดำ กบทูด คางคกเล็ก คางคกหัวเรียบ จงโคร่ง ปาดนิ้วแยกขาลาย อึ่งอี๊ดขาเหลือง อึ่งอี๊ดหลังลาย และอึ่งอ่าง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     ในบริเวณแม่น้ำแควน้อยและลำห้วยแยกสาขาต่างๆ จะพบปลาตะโกก ปลากระสูบ ปลาบ้า ปลาแมว ปลากราย ปลาปากใต้ ปลากดเหลือง ปลาแรด และปลาตะกรับ เป็นต้น สำหรับบริเวณพื้นที่ใกล้ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมจะพบแมวดาว กระแตธรรมดา กระจ้อน เหยี่ยวขาว เหยี่ยวนกเขา นกตะขาบทุ่ง นกแซงแซวหางปลา นกพิราบ นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกกระปูดเล็ก นกปรอดก้นแดง นกเอี้ยงสาริกา นกกิ้งโครงคอดำ อีกา นกกะติ๊ด นกกระจอก ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง แย้ คางคก เขียดหนอง กบนา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">     อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีสัตว์ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง คือ ค้างคาวคุณกิตติ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Craseonycteris thonglongyai ชื่อสามัญ Kitti’s hog-nosed Bat เป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคือ คุณกิตติ ทองลงยา ค้นพบเมื่อปี 2516 ที่ถ้ำค้างคาวและถ้ำวังพระ นับเป็นค้างคาววงศ์ใหม่ มีเพียงชนิดเดียวในโลก และเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในประเทศ เท่าที่สำรวจพบ นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลกอีกด้วย มีน้ำหนัก 1.5-2.0 กรัม ลำตัวยาว 2.5-3.0 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาล กางปีกออกจะกว้างประมาณ 10 เซ็นติเมตร หูค่อนข้างใหญ่จมูกคล้ายจมูกหมู อาศัยอยู่ตามถ้ำโดยทั่วไปจะอพยพย้ายถิ่นทันทีหากถูกรบกวนโดยมนุษย์ ปัจจุบันมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000000;">ข</span>อบคุณที่มาข้อมูลและรูปภาพ<br />
</span><a href="http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp" target="_blank">dnp.go.th</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานที่ท่องเที่ยวท่าม่วง: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2008 09:00:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อน้ำแร่]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหนองขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าขาวม้าร้อยสี]]></category>
		<category><![CDATA[วัดถ้ำเขาน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดถ้ำเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบ้านถ้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดวังขนาย]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนแม่กลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวภายในอำเภอท่าม่วง

เขื่อนแม่กลอง
     เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในเขตอำเภอท่าม่วง ห่างจากตัวเมืองลงไปทางใต้ประมาณ 14 กม. เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญที่สุดในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ครอบคลุมพื้นที่ 3 ล้านไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ตัวเขื่อนกว้าง 117.50 เมตร ยาว 1,650 เมตร บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม
 
วัดถ้ำเสือ  
     ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ประมาณ 4 กม. ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้วเลี้ยวขวา วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา มีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา

วัดถ้ำเขาน้อย
    อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือ วัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ซึ่งมีศิลปะแบบจีน และมีความสวยสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขา
 
วัดบ้านถ้ำ
     ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาน้อย ห่างจากวัดถ้ำเสือไปทางตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายในถนนเลียบริมแม่น้ำแม่กลอง ทางขึ้นถ้ำเป็นบันไดลึกเข้าไปในปากมังกรตัวใหญ่ ภายในถ้ำมีหินงอกลักษณะคล้ายผู้หญิง เชื่อว่าคือ นางบัวคลี่ ภรรยาของขุนแผน ตำนานอิงประวัติศาสตร์เรื่องขุนช้างขุนแผนที่เล่าขานกันต่อมาช้านานและบนยอดเขายังมีถ้ำ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอยู่อีกหลายถ้ำ

บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม 
     ตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย ในวัดวังขนายทายิการาม เมื่อ พ.ศ. 2540 กรมทรัพยากรธรณี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800000;">สถานที่ท่องเที่ยวภายในอำเภอท่าม่วง</span></span></strong></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b899.jpg"><img class="size-medium wp-image-57 aligncenter" title="e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b899" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b899.jpg" alt="" width="284" height="200" /></a></p>
<p><strong>เขื่อนแม่กลอง<br />
</strong>     เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในเขตอำเภอท่าม่วง ห่างจากตัวเมืองลงไปทางใต้ประมาณ 14 กม. เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญที่สุดในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ครอบคลุมพื้นที่ 3 ล้านไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ตัวเขื่อนกว้าง 117.50 เมตร ยาว 1,650 เมตร บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม</p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"> <a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b896e0b989e0b8b3e0b980e0b8aae0b8b7e0b8ad111-copy.jpg"><img class="size-medium wp-image-58 aligncenter" title="e0b8a7e0b8b1e0b894e0b896e0b989e0b8b3e0b980e0b8aae0b8b7e0b8ad111-copy" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b896e0b989e0b8b3e0b980e0b8aae0b8b7e0b8ad111-copy-300x236.jpg" alt="" width="300" height="236" /></a></p>
<p><strong>วัดถ้ำเสือ</strong>  <br />
     ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ประมาณ 4 กม. ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้วเลี้ยวขวา วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา มีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b980e0b882e0b8b2e0b899e0b989e0b8ade0b8a22.jpg"><img class="size-medium wp-image-59 aligncenter" title="e0b8a7e0b8b1e0b894e0b980e0b882e0b8b2e0b899e0b989e0b8ade0b8a22" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b980e0b882e0b8b2e0b899e0b989e0b8ade0b8a22-300x219.jpg" alt="" width="300" height="219" /></a></p>
<p><strong>วัดถ้ำเขาน้อย<br />
</strong>    อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือ วัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ซึ่งมีศิลปะแบบจีน และมีความสวยสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขา</p>
<p style="text-align: center;"> <a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ae0b989e0b8b2e0b8991.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-61" title="e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ae0b989e0b8b2e0b8991" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ae0b989e0b8b2e0b8991-300x229.jpg" alt="" width="300" height="229" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>วัดบ้านถ้ำ<br />
</strong>     ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาน้อย ห่างจากวัดถ้ำเสือไปทางตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายในถนนเลียบริมแม่น้ำแม่กลอง ทางขึ้นถ้ำเป็นบันไดลึกเข้าไปในปากมังกรตัวใหญ่ ภายในถ้ำมีหินงอกลักษณะคล้ายผู้หญิง เชื่อว่าคือ นางบัวคลี่ ภรรยาของขุนแผน ตำนานอิงประวัติศาสตร์เรื่องขุนช้างขุนแผนที่เล่าขานกันต่อมาช้านานและบนยอดเขายังมีถ้ำ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอยู่อีกหลายถ้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b89ae0b988e0b8ade0b899e0b989e0b8b3e0b981e0b8a3e0b9881.jpg"><img class="size-medium wp-image-62 aligncenter" title="e0b89ae0b988e0b8ade0b899e0b989e0b8b3e0b981e0b8a3e0b9881" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b89ae0b988e0b8ade0b899e0b989e0b8b3e0b981e0b8a3e0b9881-300x239.jpg" alt="" width="300" height="239" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม</strong> <br />
     ตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย ในวัดวังขนายทายิการาม เมื่อ พ.ศ. 2540 กรมทรัพยากรธรณี ได้มาเจาะบ่อน้ำบริเวณวัด พบว่ามีความร้อนถึง 42 องศาเซลเซียส จึงแนะนำให้ทางวัดนำน้ำนี้มาใช้และชำระร่างกาย และต่อมาได้นำน้ำร้อนในบ่อนี้ไปวิเคราะห์ และพิสูจน์ปรากฏว่าในน้ำมีแร่ธาตุอยู่หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันมีบ่อน้ำร้อนประมาณ 55 บ่อ ทั้งบ่อยืน นั่ง นอน โดยจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 05.00-21.00 น.</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8abe0b899e0b8ade0b887e0b882e0b8b2e0b8a71-copy.jpg"><img class="size-medium wp-image-63 aligncenter" title="e0b8abe0b899e0b8ade0b887e0b882e0b8b2e0b8a71-copy" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/e0b8abe0b899e0b8ade0b887e0b882e0b8b2e0b8a71-copy-300x235.jpg" alt="" width="300" height="235" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>บ้านหนองขาว</strong><br />
     อยู่ที่ตำบลหนองขาว อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร การเดินทางไปที่หมู่บ้านหนองขาว จากตัวเมืองกาญจนบุรี ไปตามถนนสาย 324 (กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี) ประมาณ 12 กิโลเมตร หมู่บ้านหนองขาวมีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าทอกี่กระตุกคุณภาพสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ &#8220;ผ้าขาวม้าร้อยสี&#8221; ชาวบ้านหนองขาวส่วนใหญ่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายในสังคมเกษตรกรรม สภาพบ้านเรือนแบบไทยสมัยก่อนยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมแบบโบราณยังคงได้รับการสืบทอดกันมาช้านาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน เช่น การตำข้าว ทำขนมแบบโบราณ ทำน้ำตาลปึก ประเพณีการโกนจุก การทำนา การร้องเพลงเหย่ย เพลงพวงมาลัย<br />
 </span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="color: #800000;">ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ</span></strong></span><span style="color: #0000ff;"><strong><br />
</strong>-<a href="http://www.kanchanaburi.com"><span style="color: #000080;">www.kanchanaburi.com</span></a><br />
-<a href="http://www.thaitambon.com"><span style="color: #000080;">www.thaitambon.com</span></a><br />
-<a href="http://www.thailandroverclub.com"><span style="color: #000080;">www.thailandroverclub.com</span></a><br />
-<a href="http://www.googig.com"><span style="color: #000080;">www.googig.com</span></a><br />
-<a href="http://www.bloggang.com"><span style="color: #000080;">www.bloggang.com</span></a><br />
-<a href="http://www.o2blog.com"><span style="color: #000080;">www.o2blog.com</span></a><br />
-<a href="http://www.glondoresort.com"><span style="color: #000080;">www.glondoresort.com</span></a><br />
-<a href="http://www.thai-tour.com"><span style="color: #000080;">www.thai-tour.com</span></a><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานสะพานข้ามแม่น้ำแคว: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a7-%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a7-%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 09:45:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[งานสะพานข้ามแม่น้ำแคว]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟสายมรณะ]]></category>
		<category><![CDATA[สะพาน]]></category>
		<category><![CDATA[แควน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[แควใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำแคว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[งานสัปดาห์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว 28 พ.ย. – 9 ธ.ค. 

     ข่าว ท่องเที่ยว รายงาน จังหวัดกาญจนบุรี การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรในจังหวัด กาญจนบุรี ขอเชิญ ท่องเที่ยว งานสัปดาห์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่จังหวัด กาญจนบุรี 
     สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เนื่องจากประวัติศาสตร์การก่อสร้างสะพานแห่งนี้เกี่ยวพันกับเหตุการณ์เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตรจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อผ่านไปยังประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ 
     การสร้างทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนเสียชีวิต ซึ่งยังทิ้งร่องรอยไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นจำนวนมากในเรื่องราวความเป็นมาในอดีต 
     จังหวัดกาญจนบุรี การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรรัฐเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดจัด &#8220;งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ประจำปี 2550&#8243; ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 – 9 ธันวาคม 2550 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 

     ภายในงานจะจัดให้มีการแสดงแสง เสียง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #000080;">งานสัปดาห์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว 28 พ.ย. – 9 ธ.ค. </span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/untitled-1.jpg"><img class="size-medium wp-image-36 aligncenter" title="untitled-1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/untitled-1-300x207.jpg" alt="" width="300" height="207" /></a></p>
<p>    <span style="color: #800000;"> ข่าว ท่องเที่ยว รายงาน จังหวัดกาญจนบุรี การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรในจังหวัด กาญจนบุรี ขอเชิญ ท่องเที่ยว งานสัปดาห์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่จังหวัด กาญจนบุรี </span></p>
<p><span style="color: #800000;">     สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เนื่องจากประวัติศาสตร์การก่อสร้างสะพานแห่งนี้เกี่ยวพันกับเหตุการณ์เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตรจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อผ่านไปยังประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ </span></p>
<p><span style="color: #800000;">     การสร้างทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนเสียชีวิต ซึ่งยังทิ้งร่องรอยไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นจำนวนมากในเรื่องราวความเป็นมาในอดีต </span></p>
<p><span style="color: #800000;">     จังหวัดกาญจนบุรี การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรรัฐเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดจัด &#8220;งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ประจำปี 2550&#8243; ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 – 9 ธันวาคม 2550 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี </span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/22.jpg"><img class="size-medium wp-image-37 aligncenter" title="22" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/22-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /></a></p>
<p><span style="color: #800000;">     ภายในงานจะจัดให้มีการแสดงแสง เสียง อย่างอลังการ จำลองเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 (มหาเอเชียบูรพา) ด้วยเทคนิคไฟ แสง สี เสียง มหึมายิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา การประกวดนางงามสันติภาพ ขบวนแห่บุปผชาติ การจัดการแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงชั้นนำระดับประเทศ การออกร้านสุดยอดของดีเมืองกาญจน์ &#8220;หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์&#8221; การจำลองวิถีชีวิตกาญจนบุรีจากอดีตสู่ปัจจุบัน ฯลฯ ตลอดจนการแสดงอื่นๆ อีกมากมาย บนเนื้อที่จัดงานกว่า 180 ไร่ </span></p>
<p><span style="color: #800000;">     โดยในงานมีการแสดง แสง สี เสียง จำลองเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (สงครามมหาเอเชียบูรพา) ที่กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตรมาสร้างทางรถไฟและฝ่ายพันธมิตรได้ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดทำลายสะพาน เพื่อตัดเส้นทางรถไฟที่เดินทางสู่ประเทศพม่า โดยจัดแสดงรวม 17 รอบ ดังนี้ </span></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400" align="center">
<tbody>
<tr>
<td>
<p align="center"><span style="color: #008000;"> <strong>วันที่</strong></span></p>
</td>
<td>
<p align="center"><span style="color: #008000;"> <strong>รอบที่ 1</strong></span></p>
</td>
<td>
<p align="center"><span style="color: #008000;"> <strong>รอบที่ 2</strong></span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="color: #008000;">28 พฤศจิกายน 2550<br />
29 พฤศจิกายน 2550<br />
30 พฤศจิกายน 2550<br />
1 ธันวาคม 2550<br />
2 ธันวาคม 2550<br />
3 ธันวาคม 2550<br />
4 ธันวาคม 2550<br />
5 ธันวาคม 2550<br />
6 ธันวาคม 2550<br />
7 ธันวาคม 2550<br />
8 ธันวาคม 2550<br />
9 ธันวาคม 2550<br />
</span></td>
<td><span style="color: #008000;">19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
19.30 น.<br />
</span></td>
<td><span style="color: #008000;">-<br />
-<br />
21.00 น.<br />
21.00 น.<br />
- <br />
-<br />
-<br />
-<br />
-<br />
21.00 น.<br />
21.00 น.<br />
-<br />
</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #800000;">บัตรเข้าชม<br />
- ราคาบัตรเข้าชมการแสดง 100, 200 และ 300 บาท<br />
- หน่วยงาน สถาบันการศึกษา เข้าชมเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป จองบัตรล่วงหน้าราคา 100 บาท และ 200 บาท ลด 20%<br />
- นักเรียนที่เข้าชมเป็นหมู่คณะจองบัตรล่วงหน้า ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท </span></p>
<p><span style="color: #800000;">จองบัตรชมการแสดงได้ที่<br />
- ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร.        </span><span style="color: #800000;"> 034-511-200,034-512-500</span><span style="color: #800000;"><br />
- สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร.               </span><span style="color: #800000;"> 034-511-213 </span><span style="color: #800000;">  <br />
- ศูนย์ประสานงานกรุงเทพฯ โทร.                 02-862-7070</span><span style="color: #800000;"><br />
- Thai Ticket Major โทร.                        02-262-3456</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a7-%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองสังขละบุรี: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 06:44:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดวัดวังก์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดหลวงพ่ออุตตมะ]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสังขละบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนวชิราลงกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำซองกาเลีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[
     สำหรับทริปในวันนี้ เราขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่หนึ่งที่น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบสัมผัสกับธรรมชาติในเมืองเล็กๆ อย่าง        อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีชายแดนติดกับพม่า และเป็นดินแดนแห่งความฝันที่สัมผัสได้จริง ด้วยธรรมชาติของสายน้ำที่สวยงามเหมาะกับการล่องแพไม้ไผ่ คงถูกใจผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยโดยเฉพาะ แต่เดิมนั้น อ.สังขละบุรี เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีชาวมอญบางส่วนอพยพหนีสงครามเข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐาน จนมีการสร้าง “เขื่อนวชิราลงกรณ์” (เขื่อนเขาแหลม) ขึ้น ชาวมอญเหล่านี้จึงต้องอพยพอีกครั้ง และย้ายไปอยู่ตรงบริเวณเหนือเขื่อน 

      หากเพื่อนๆ ได้มาพักที่รีสอร์ทริมน้ำ ก็สามารถข้ามสะพานมอญผ่าน “แม่น้ำซองกาเลีย” ไปเที่ยวฝั่งชุมชนชาวมอญและวัดหลวงพ่ออุตตามะหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ฝั่งมอญ” ที่อยู่ตรงข้ามของแม่น้ำได้เมื่อเดินทางถึงตัวหมู่บ้านขอแนะนำให้แวะไปเที่ยว ตลาดเช้าที่ “ตลาดวัดวังก์” ก่อน เพราะช่วงเวลานี้เพื่อนๆ จะได้พบกับสีสันของชุมชน ที่จะมีชาวบ้านมาจับจ่ายชื้อของ คนหนุ่มสาวเตรียมไปไร่นาหรือแม้แต่เด็กๆ ที่เดินเรียงเป็นแถวไปโรงเรียน จนรู้สึกเหมือนกับยืนอยู่ที่เมืองมอญเลยทีเดียว

     เครื่องแต่งกาย..พวกผู้ชายชาวมอญมักนิยมนุ่งโสร่งกัน ส่วนผู้หญิงนิยมประแป้งพม่าที่มีสีเหลืองเหมือนขมิ้น ส่วนใหญ่คนที่นี่ยังคงใช้ภาษามอญสื่อสารกันอยู่ แถมข้าวของที่วางขายก็ยังคงแสดงความเป็นท้องถิ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย (แถมราคาไม่แพงด้วย)         เช่น โสร่ง ผ้าซิ่นมอญ ผักพื้นบ้าน หรือปลาสดๆ ที่มาจากเขื่อน เป็นต้น 

     ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นี่มักจะนับถือศาสนาพุทธ ดังนั้น วัด จึงเป็นสถานที่สำคัญที่เป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจ ดังเช่น
วัดวังก์วิเวการาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k11.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-28" title="k11" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k11.jpg" alt="" width="278" height="195" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left">    <span style="color: #800000;"> สำหรับทริปในวันนี้ เราขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่หนึ่งที่น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบสัมผัสกับธรรมชาติในเมืองเล็กๆ อย่าง        อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีชายแดนติดกับพม่า และเป็นดินแดนแห่งความฝันที่สัมผัสได้จริง ด้วยธรรมชาติของสายน้ำที่สวยงามเหมาะกับการล่องแพไม้ไผ่ คงถูกใจผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยโดยเฉพาะ แต่เดิมนั้น อ.สังขละบุรี เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีชาวมอญบางส่วนอพยพหนีสงครามเข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐาน จนมีการสร้าง <strong>“เขื่อนวชิราลงกรณ์”</strong> (เขื่อนเขาแหลม) ขึ้น ชาวมอญเหล่านี้จึงต้องอพยพอีกครั้ง และย้ายไปอยู่ตรงบริเวณเหนือเขื่อน </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k4.jpg"><img class="size-medium wp-image-29 aligncenter" title="k4" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k4.jpg" alt="" width="279" height="219" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">     </span><span style="color: #800000;"> หากเพื่อนๆ ได้มาพักที่รีสอร์ทริมน้ำ ก็สามารถข้ามสะพานมอญผ่าน <strong>“แม่น้ำซองกาเลีย”</strong> ไปเที่ยวฝั่งชุมชนชาวมอญและวัดหลวงพ่ออุตตามะหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า <strong>“ฝั่งมอญ”</strong> ที่อยู่ตรงข้ามของแม่น้ำได้เมื่อเดินทางถึงตัวหมู่บ้านขอแนะนำให้แวะไปเที่ยว ตลาดเช้าที่ <strong>“ตลาดวัดวังก์”</strong> ก่อน เพราะช่วงเวลานี้เพื่อนๆ จะได้พบกับสีสันของชุมชน ที่จะมีชาวบ้านมาจับจ่ายชื้อของ คนหนุ่มสาวเตรียมไปไร่นาหรือแม้แต่เด็กๆ ที่เดินเรียงเป็นแถวไปโรงเรียน จนรู้สึกเหมือนกับยืนอยู่ที่เมืองมอญเลยทีเดียว</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k5.jpg"><img class="size-medium wp-image-30       aligncenter" title="k5" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k5-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a><span style="color: #0000ff;"></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #000000;">     </span><span style="color: #800000;">เครื่องแต่งกาย..พวกผู้ชายชาวมอญมักนิยมนุ่งโสร่งกัน ส่วนผู้หญิงนิยมประแป้งพม่าที่มีสีเหลืองเหมือนขมิ้น ส่วนใหญ่คนที่นี่ยังคงใช้ภาษามอญสื่อสารกันอยู่ แถมข้าวของที่วางขายก็ยังคงแสดงความเป็นท้องถิ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย (แถมราคาไม่แพงด้วย)         เช่น โสร่ง ผ้าซิ่นมอญ ผักพื้นบ้าน หรือปลาสดๆ ที่มาจากเขื่อน เป็นต้น </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-31" title="k2" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k2-240x300.jpg" alt="" width="240" height="300" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left">     <span style="color: #800000;">ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นี่มักจะนับถือศาสนาพุทธ ดังนั้น วัด จึงเป็นสถานที่สำคัญที่เป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจ ดังเช่น<br />
วัดวังก์วิเวการาม หรือเรียกตามอย่างชาวบ้านว่า <strong>“วัดหลวงพ่ออุตตมะ” </strong>เป็นวัดประจำหมู่บ้านของชาวมอญ และมีความสำคัญต่อ       จ.กาญจนบุรี เพราะได้รับความศรัทธาจากผู้คนทั่วทุกสารทิศ สังเกตได้จากสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตภายในวัด ทั้งโบสถ์ วิหาร ศาลา และที่สำคัญ คือ เจดีย์พุทธคยาจำลอง เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2525 ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 42 เมตร สูง 59 เมตร เสาข้างใน 4 ทิศเป็นหลักข้ออ้อย ติดกระเบื้องสีเคลือบ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2529 สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลๆ </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">     นอกจากนั้นภายใน เจดีย์พุทธคยา ยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าส่วนนิ้วกระดูกหัวแม่มือขวาขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสารอีกด้วยด้านข้างเจดีย์เป็นเพิงขายของที่ระลึก มีสินค้าหลากหลายให้เลือกในราคาที่แสนถูก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องไม้ที่มาจากพม่าและเหมาะมากสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝากแถมมีบริการจัดส่งให้ด้วย   </span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k3.jpg"><img class="size-medium wp-image-32   aligncenter" title="k3" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k3.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a><br />
<span style="color: #0000ff;"></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #800000;">แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ</span></strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งอยู่บนช่องสันเขามีพื้นที่กว้างประมาณ 2 &#8211; 3 ไร่ สันเขานี้อยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ท้องที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี แนวที่ตั้งเจดีย์ทั้ง 3 องค์ จะเรียงกันจากด้านทิศตะวันออกไปสู่ด้านทิศตะวันตก องค์ที่อยู่ด้านทิศตะวันออกอยู่ในเขตแดนของฝ่ายไทย และองค์ที่อยู่ด้านทิศตะวันตกอยู่ในเขตแดนฝ่ายพม่า สำหรับองค์กลางตั้งอยู่บนเส้นแบ่งพรมแดน ไทย – พม่า </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     เที่ยวป่าสังขละบุรี.. มีบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกาเลียแล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าหรือล่องแก่งสามารถติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร. (034) 511200, 512500</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     น้ำตกคลีตี้.. อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คลีตี้ เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า “เสือโทน” มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 วัน จากบ้านกะเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากท่าเรือกระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร.. มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     การเดินทาง… “ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” .. ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง 42 กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก 40 กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">     ผู้ที่จะไปทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15 วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 561–4292-3 ต่อ 706–7 การเดินทางสู่สังขละบุรี ทางรถยนต์ เส้นทางที่ 1 ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กม.ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทางรถโดยสารประจำทาง </span></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง ออกทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.10-20.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 435-1200, 434-7192 </span></div>
</li>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 434-5557-8 ทางรถไฟ ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.50 น. และ 13.45 น. แวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 411-3102 วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว</span></div>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
