<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยว &#187; อำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี</title>
	<atom:link href="http://kanchanaburi.kapook.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kanchanaburi.kapook.com</link>
	<description>กาญจนบุรี</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Oct 2009 09:23:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ไทรโยคเมืองหน้าด่าน: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 11:06:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[อำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องเขาขาด]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำกระแซะ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำดาวดึงส์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกไทรโยคใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ปางช้างไทรโยค]]></category>
		<category><![CDATA[มหัศจรรย์เขาวงกตต้นข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดป่าหลวงตามหาบัว]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอไทรโยค]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติไทรโยค]]></category>
		<category><![CDATA[แคมป์ช้างวังโพธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรโยค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[อำเภคไทรโยค


ประวัติ
ประวัติอำเภอไทรโยค เมืองไทรโยค เป็นเมืองหนึ่งในหัวเมืองประวัติศาสตร์ เป็นเมืองหน้าด่านมีประวัติความเป็นมาไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ปี ในพระราชพงษาวดารกรุงศรีอยุธยาในปี พุทธศักราช ๒๒๐๖ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดเกล้าให้เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ขุนเหล็ก) ยกทัพจากกรุงศรีอยุธยาไปตีทัพพม่าที่เมืองไทรโยคโดยมีด่านบ้องตี้เป็นเส้นทางเดินทัพ เมืองไทรโยค เดิมเป็นถิ่นอาศัยของชาวมอญ เมืองต่างๆในเขตนี้ รวมเรียกว่า “เจียงเดิงสะเปาะ” มีเมืองสิงห์ เมืองลุ่มสุ่ม เมืองท่าตะกั่ว เมืองไทรโยค เมืองท่าขนุน เมืองทองผาภูมิ และเมืองท่ากระดาน ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งระเบียบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้น ทรงจัดตั้งเมืองไทรโยคเป็น “กิ่งอำเภอไทรโยค” ขึ้นกับอำเภอวังกะ (สังขระบุรี) ในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ และยกขึ้นเป็น “อำเภอไทรโยค” อีกครั้ง ในปี พ.ศ.๒๔๔๔ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงยุบอำเภอไทรโยคลงเป็นตำบลขึ้นกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี และในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้ ทรงยกขึ้นเป็นกิ่งอำเภออีกครั้งหนึ่ง โดยขึ้นกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี จนกระทั่งยกขึ้นเป็น “อำเภอไทรโยค” อีกครั้ง เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๖ จนถึงปัจจุบัน ในด้านคณะสงฆ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><strong><span style="text-decoration: underline;">อำเภคไทรโยค</span></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong></strong><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/e0b89be0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8b2e0b897e0b980e0b8a1e0b8b7e0b8ade0b887e0b8aae0b8b4e0b8873.jpg"><img class="size-medium wp-image-83 aligncenter" title="e0b89be0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8b2e0b897e0b980e0b8a1e0b8b7e0b8ade0b887e0b8aae0b8b4e0b8873" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/e0b89be0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8b2e0b897e0b980e0b8a1e0b8b7e0b8ade0b887e0b8aae0b8b4e0b8873-168x300.jpg" alt="" width="168" height="300" /></a><br />
<span style="color: #333399;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประวัติ</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">ประวัติอำเภอไทรโยค เมืองไทรโยค เป็นเมืองหนึ่งในหัวเมืองประวัติศาสตร์ เป็นเมืองหน้าด่านมีประวัติความเป็นมาไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ปี ในพระราชพงษาวดารกรุงศรีอยุธยาในปี พุทธศักราช ๒๒๐๖ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดเกล้าให้เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ขุนเหล็ก) ยกทัพจากกรุงศรีอยุธยาไปตีทัพพม่าที่เมืองไทรโยคโดยมีด่านบ้องตี้เป็นเส้นทางเดินทัพ เมืองไทรโยค เดิมเป็นถิ่นอาศัยของชาวมอญ เมืองต่างๆในเขตนี้ รวมเรียกว่า “เจียงเดิงสะเปาะ” มีเมืองสิงห์ เมืองลุ่มสุ่ม เมืองท่าตะกั่ว เมืองไทรโยค เมืองท่าขนุน เมืองทองผาภูมิ และเมืองท่ากระดาน ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งระเบียบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้น ทรงจัดตั้งเมืองไทรโยคเป็น “กิ่งอำเภอไทรโยค” ขึ้นกับอำเภอวังกะ (สังขระบุรี) ในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ และยกขึ้นเป็น “อำเภอไทรโยค” อีกครั้ง ในปี พ.ศ.๒๔๔๔ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงยุบอำเภอไทรโยคลงเป็นตำบลขึ้นกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี และในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้ ทรงยกขึ้นเป็นกิ่งอำเภออีกครั้งหนึ่ง โดยขึ้นกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี จนกระทั่งยกขึ้นเป็น “อำเภอไทรโยค” อีกครั้ง เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๖ จนถึงปัจจุบัน ในด้านคณะสงฆ์ ในพระราชพงศาวดาร ในตำนานพระอารามและพระธรรมเนียบสมณศักดิ์ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงเอ่ยถึงตำแหน่งพระครูประจำหัวเมือง ตำแหน่งผู้รั้งเจ้าคณะเมืองไทรโยค ที่ พระครูไภยคีรีศรีสังฆณาจารย์ญาณมุนี จากพระราชพงศาวดารดังกล่าวย่อมแสดงถึงความสำคัญด้านคณะสงฆ์ ปัจจุบันในด้านการปกครองคณะสงฆ์อำเภอไทรโยค ได้แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๑ ตำบล วัดจำนวน ๕๘ วัด และสำนักสงฆ์อีก ๑๓ สำนัก ทำเนียบเจ้าคณะอำเภอไทรโยค (นับแต่การตั้งอำเภอไทรโยค พ.ศ. ๒๕๐๖) ๑. พระครูนิโครธคณาภิบาล วัดปากกิเลน (พ.ศ. ๒๕๐๖ &#8211; ๒๕๑๗) ๒. พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์ วัดน้ำตก (พ.ศ. ๒๕๑๗ – ปัจจุบัน)</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>สถานที่ท่องเที่ยว</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไปเป็นพื้นทีป่าไม้และภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงคือ น้ำตกไทรโยค ถ้ำละว้า ถ้ำดาวดึงส์ และ อุทยานประวัติศาตร์ เมืองสิงห์ เป็นต้น มีสถานที่<br />
ประเภท รีสอร์ท และแพพักอยู่เป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติ<br />
และ สนามกอล์ฟอยู่หลายสนาม<br />
การเดินทาง สู่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอำเภอไทรโยค นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานนีขนส่ง จังหวัดกาญจนบุรีหมายเลข 8203 ถึงบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย และ น้ำตกไทรโยคใหญ่ มีรถออกทุกๆ 30 นาที ตั้งแต่ 06.45-18.30 น.ทุกวัน หรือ ใช้บริการรถไฟ ตามเส้นทาง รถไฟสายมรณะถึงสถานนีน้ำตก มีรถออกวันละ 3 เที่ยว เวลา 06.10 , 10.55   , 16.35 ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือ ใช้บริการของบริษัท นำเที่ยวในจังหวัด ที่จดทะเบียนถูกต้อง ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 1  034 511200</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์</strong></span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือที่เรียกกันว่า &#8220;ปราสาทเมืองสิงห์&#8221; อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานบ้านเก่าประมาณ7 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16–18 ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ 800 กว่าไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง 880 เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3458 5052-3</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>อุทยานแห่งชาติไทรโยค</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 598,750 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวกิตติ และ ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>น้ำตกไทรโยคใหญ่ </strong></span></span></p>
<p><span style="color: #008000;">หรือ เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท บริเวณอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30น. หรือ www.dnp.go.th การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 104 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ 82</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>น้ำตกไทรโยคน้อย(เขาพัง)</strong></span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ 46 เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ในอดีตเมื่อ พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ 1690 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 &#8211; 18.30 น.</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ถ้ำละว้า</strong></span></span></p>
<p><span style="color: #008000;">เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง อยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อย คนละด้านกับทางรถยนต์ ห่างจากริมน้ำขึ้นไปบนเขา 50 เมตร บริเวณปากถ้ำไม่กว้างนัก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน แต่ละห้องมีความงดงามของหินย้อยแตกต่างกันออกไป    น้ำตกไทรโยค หรืออีกชื่อหนึ่งว่า &#8220;น้ำตกเขาโจน&#8221; เพราะน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสู่แม่น้ำแควน้อยแรงมากราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคจะมีน้ำตลอดปี แต่น้ำจะแรงมากในฤดูฝน สามารถเดินทางเข้าถึงโดยทางรถยนต์ น้ำตกไทรโยค ตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ถ้ำดาวดึงส์</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยคนละด้านกับทางรถยนต์ ห่างจากริมฝั่งน้ำขึ้นไปบนเขาประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างวิจิตรพิสดารเหมือนโคมระย้าบ้าง เหมือนพระปรางค์บ้าง เหมือนเจดีย์และชายสไบบ้างภายในถ้ำอากาศโปร่งแต่มืดสนิทต้องมีตะเกียงและคนนำทาง    ในการเที่ยวชมถ้ำละว้า น้ำตกไทรโยค และถ้ำดาวดึงส์ ควรจัดเป็นรายการเดียวกัน โดยเมื่อถึงกาญจนบุรีแล้วให้ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ไปยังท่าเสา ตรงกิโลเมตรที่ 44-45 เยื้องกับสถานีน้ำตกแล้วแยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงท่าเรือปากแซงแล้วนั่งเรือหางยาวทวนน้ำขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง จะถึงปากถ้ำ จากถ้ำละว้านั่งเรือไปอีก 1 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกไทรโยค ซึ่งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ และจากน้ำตกไทรโยคนั่งเรือไปอีก 1 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกไทรโยค ซึ่งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ และจากน้ำตกไทรโยคนั่งเรือไปอีก 25 นาที จะถึงท่าเรือขึ้นถ้ำดาวดึงส์ ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำแล้วเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงถ้ำดาวดึงส์ ถ้าไม่ประสงค์ที่จะลงเรือที่ปากแซงก็สามารถขับรถต่อไปจนถึงกิโลเมตรที่ 55-56 แยกซ้ายเข้าโรงแรมหมู่บ้านแม่น้ำแคว แล้วเช่าเรือจากที่นี่ ซึ่งจะย่นระยะเวลาได้ ประมาณ 40 นาที ส่วนการเดินทางโดยใช้รถประจำทางนั้นใช้รถสายกาญจนบุรี-ไทรโยค ไปลงที่สถานีน้ำตก แล้วนั่งรถสองแถวเข้าไปยังท่าน้ำแล้วนั่งเรือต่อไปได้ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบริการร้านอาหารและบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่ชาติ โทร. 02-579-7223, 502-79-5734</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ถ้ำสวรรค์วังบาดาล</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">วังบาดาล(ถ้ำวังบาดาล) หรือเรียกว่า &#8220;ถ้ำสวรรค์วังบาดาล) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 63 กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกไทรโยคน้อย มีป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯสามารถชมต้นน้ำตกไทรโยค การไปชมถ้ำต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 1,500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพธรรมชาติ ถ้ำวังบาดาลมีความยาว 500 เมตร เป็นถ้ำขนาดเล็กแต่ลึกมาก ปากถ้ำเป็นช่องเล็กๆ แต่เข้าไปได้ทีละคน ลักษณะเป็นเป็นถ้ำหินปูน 2 ชั้น โดยชั้นบนจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม แบ่งเป็นห้องหลายห้อง เช่น ห้องม่านพระจันทร์ มีหินงอกหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ย้อยลงมาสวยงามมาก ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ย้อยลงมาสวยงามมาก ส่วนชั้นล่างมีธารน้ำไหลผ่าน ลักษณะเหมือนอุโมงค์น้ำใต้หินขนาดใหญ่</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ถ้ำไทรทอง</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">หรือถ้ำตาหม่อง ตั้งอยู่ที่บ้านไทรทอง ตำบลลุ่มสุ่ม ห่างจากตัวอำเภอไทรโยค ประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายวังโพธิ์-บ้านท้ายเหมือง แล้วแยกเข้าเส้นทางสายบ้านพุน้อย-แก่งระเบิด ถึงบริเวณเชิงเขา ต่อจากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปยังปากถ้ำ ถ้ำไทรทองมีความกว้างของปากถ้ำ 20 เมตร ความยาวตลอดถ้ำประมาณ 100 เมตร มีอากาศถ่ายเทตอนปลายถ้ำมีช่องเปิดสู่ด้านบน ของภูเขา มีหินงอกหินย้อยสวยงาม    ช่องเขาขาด เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ การเดินทางไปชม ใช้เส้นทางสายไทรโยค-ทองผาภูมิ ถึงกิโลเมตรที่ 66 บริเวณที่ทำการของ กรป. กลาง มีทางแยกซ้ายไปช่องเขาขาดอีก 500 เมตร ช่องเขาขาดเป็นภูเขาที่ ถูกตัดเป็นช่องเพื่อสำหรับ สร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ช่องเขาขาด</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เฉลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตัดเจาะภูเขาหินให้เป็นช่องทางรถไฟผ่านได้ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 66 ในพื้นที่ของ กรป.กลาง อำเภอไทรโยค</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลถ่ายภาพ ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พิพิธพัณฑ์นี้จัดไว้อย่างสวยงาม</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ถ้ำกระแซะ</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 29–30 ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก วึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา เบื้องล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ปางช้างไทรโยค</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม มีกิจกรรมล่องแพ นั่งช้างชมป่าธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เปิดบริการนั่งช้างและมีการแสดงช้างทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางไทรโยค-ทองผาภูมิ ประมาณกิโลเมตรที่ 45 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือ ทางรถไฟ ลงรถไฟที่สถานีวังโพธิ์ เปิดทุกวันเวลา 09.00-15.30 น. หากมาเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3459 1255, 0 3459 1102, 1878 9979 หรือดูเว็บไซต์  www.elephantpark.net</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน</strong></span></span></p>
<p><span style="color: #008000;">อยู่ห่างจากตัวเมืองทางไปไทรโยคประมาณ 38 กิโลเมตร แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์เสือในจังหวัดกาญจนบุรี บนพื้นที่ 30 ไร่ มีสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงนานาชนิดอยู่ด้วยกันอย่างอิสระตามธรรมชาติ เช่น เสือโครง เก้ง กวาง หมูป่า ชะนี นกยูง ไก่ป่า ม้า ควาย แพะ นักท่องเที่ยวจะพบเห็นการอยู่ร่วมกันของสัตว์ป่านานาชนิดโดยสันติและเป็นเพื่อนที่ดีต่อพระและผู้คนทั่วไป เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปชมเสือโคร่ง การอาบน้ำ ให้อาหารเสือ) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน โทร. 0 3453 1557 ดูรายละเอียดและค่าธรรมเนียมเข้าชมได้ที่ เว็บไซต์ www.tigertemple.org</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>แคมป์ช้างวังโพธิ์</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวังโพธิ์ ภายในมีการแสดงช้าง นั่งช้าง และล่องแพ เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3459 1018 การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลย 323 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลย 3343 อีก 7 กิโลเมตร (เส้นทางไปสถานีรถไฟวังโพธิ์)</span></p>
<p><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>มหัศจรรย์เขาวงกตต้นข้าวโพด</strong></span></span><br />
<span style="color: #008000;">ตั้งอยู่บนพื้นที่ 26 ไร่ ของ กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ช่องเขาขาด) ภายในได้ออกแบบทางเดินให้เหมือนกับเขาวงกตรายล้อมด้วยต้นข้าวโพดตลอดทั้งสองข้างทาง และยังมีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งปลูกต้นทานตะวันไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงจังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตุการณ์ความสูง 34 ฟุต ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบท้าทายความสูง โดยสามารถปีนขึ้นไปชมความสวยงามพร้อมทั้งถ่ายภาพของ &#8220;มหัศจรรย์เขาวงกตต้นข้าวโพด&#8221; ในมุมมองแบบ Bird eyey view อีกด้วย เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็กและนักเรียน 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1020, 0 3451 3206<br />
การเดินทาง ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ประมาณกิโลเมตรที่ 68 ถึงก่อน &#8220;ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ&#8221; ประมาณ 200 เมตร</span></p>
<p><span style="color: #333399;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ขอบคุณที่มาข้อมูล</span></strong></span><br />
<!--[if gte mso 9]><xml> <w:WordDocument> <w:View>Normal</w:View> <w:Zoom>0</w:Zoom> <w:PunctuationKerning /> <w:ValidateAgainstSchemas /> <w:SaveIfXMLInvalid>false</w:SaveIfXMLInvalid> <w:IgnoreMixedContent>false</w:IgnoreMixedContent> <w:AlwaysShowPlaceholderText>false</w:AlwaysShowPlaceholderText> <w:Compatibility> <w:BreakWrappedTables /> <w:SnapToGridInCell /> <w:ApplyBreakingRules /> <w:WrapTextWithPunct /> <w:UseAsianBreakRules /> <w:DontGrowAutofit /> </w:Compatibility> <w:BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w:BrowserLevel> </w:WordDocument> </xml><![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w:LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"> </w:LatentStyles> </xml><![endif]--> <!--[if gte mso 10]><br />
<mce:style><!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin:0cm; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --><a href="http://www.kanchanaburi.com/tr-saiyok.shtml" target="_blank"><span style="font-size: 12pt; font-family: &quot;Times New Roman&quot;;">kanchanaburi.com</span></a><br />
<!--[if gte mso 9]><xml> <w:WordDocument> <w:View>Normal</w:View> <w:Zoom>0</w:Zoom> <w:PunctuationKerning /> <w:ValidateAgainstSchemas /> <w:SaveIfXMLInvalid>false</w:SaveIfXMLInvalid> <w:IgnoreMixedContent>false</w:IgnoreMixedContent> <w:AlwaysShowPlaceholderText>false</w:AlwaysShowPlaceholderText> <w:Compatibility> <w:BreakWrappedTables /> <w:SnapToGridInCell /> <w:ApplyBreakingRules /> <w:WrapTextWithPunct /> <w:UseAsianBreakRules /> <w:DontGrowAutofit /> </w:Compatibility> <w:BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w:BrowserLevel> </w:WordDocument> </xml><![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w:LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"> </w:LatentStyles> </xml><![endif]--> <!--[if gte mso 10]><br />
<mce:style><!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin:0cm; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --><a href="http://puplu.igetweb.com/index.php?mo=3&amp;art=196028" target="_blank"><span style="font-size: 12pt; font-family: &quot;Times New Roman&quot;;">puplu.igetweb.com</span></a></p>
<p><a href="http://www.pranippan.com/new/board/index.php?showtopic=1040" target="_blank"><span style="font-size: 12pt; font-family: &quot;Times New Roman&quot;;"><br />
</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทองผาภูมิ: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2008 11:08:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[อำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทองผาภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกทุ่งนางครวญ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกผาตาด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกเกริงกระเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกไดช่องถ่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพุร้อนหินดาด]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอทองผาภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนวชิราลงกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนเขาแหลม]]></category>
		<category><![CDATA[เหมืองปิล็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[อำเภอทองผาภูมิ
     อยู่ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดไปทางทิศเหนือ 145 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 สภาพทั่วไป เป็นภูเขาสูงและป่าไม้ มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำตกผาตาด น้ำพุร้อนหินดาด เป็นต้น เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง และ เขตรักษาพันธ์ สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม เหมาะสำหรับการตกปลาเป็นอย่างยิ่งสนามกอล์ฟ และสถานที่พักหลาก หลายแห่งทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว รีสอร์ท และแพพัก ต่างๆ การเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานนีขนส่ง จังหวัดกาญจนบุรี หมายเลข 8203 ถึงบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย และ น้ำตกไทรโยคใหญ่ มีรถออกทุกวัน ตั้งแตเวลา 06.00-16.30 น.ทุก 30 นาที ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. หรือใช้บริการรถยนต์ปรับอากาศจากบริเวณสถานนีขนส่งจังหวัด มีรถออกทุกวันตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น. ออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: center"><span style="text-decoration: underline;"><strong><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/5.jpg"></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/8.jpg"></a><span style="color: #800000;">อำเภอทองผาภูมิ</span></strong></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">     อยู่ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดไปทางทิศเหนือ 145 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 สภาพทั่วไป เป็นภูเขาสูงและป่าไม้ มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำตกผาตาด น้ำพุร้อนหินดาด เป็นต้น เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง และ เขตรักษาพันธ์ สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม เหมาะสำหรับการตกปลาเป็นอย่างยิ่งสนามกอล์ฟ และสถานที่พักหลาก หลายแห่งทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว รีสอร์ท และแพพัก ต่างๆ การเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานนีขนส่ง จังหวัดกาญจนบุรี หมายเลข 8203 ถึงบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย และ น้ำตกไทรโยคใหญ่ มีรถออกทุกวัน ตั้งแตเวลา 06.00-16.30 น.ทุก 30 นาที ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. หรือใช้บริการรถยนต์ปรับอากาศจากบริเวณสถานนีขนส่งจังหวัด มีรถออกทุกวันตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น. ออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในอำเภอทองผาภูมิ   จากบริเวณตลาดอำเภอทองผาภูมิจะมีบริการรถโดยสารไป ปิล็อกและมีบริการเช่าเหมาไปยัง แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ด้วย ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 1    </span><span style="color: #800000;"> 034 5&#8230;</span><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/1.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignnone size-medium wp-image-44" title="1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/1-298x300.jpg" alt="" width="289" height="265" /></span></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/tr-tho30.jpg"></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำพุร้อนหินดาด</span></strong> เดิมเรียกว่า น้ำพุร้อนกุยมั่ง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นคุมเชลยศึกมาสร้างทางรถไฟสายมรณะผ่านไปในเส้นทางนี้โดยบังเอิญ ลักษณะน้ำพุร้อนแห่งนี้เป็นน้ำพุร้อนพุ่งออกมาจากเนินย่อมๆ กว้างพอประมาณ และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้ และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน ปัจจุบันในช่วงฤดูแล้ง จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปอาบน้ำแร่กันมาก</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong>การเดินทาง</strong> สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 บริเวณกิโลเมตรที่ 105–106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135กิโลเมตร  </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/2.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-45   aligncenter" title="2" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/2-300x284.jpg" alt="" width="287" height="252" /></span></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำตกผาตาด</span></strong> เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมือง 140 กิโลเมตร เกิดจากลำห้วยเล็กๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่ตระการตา น้ำตกขนาดใหญ่ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินปูน มีต้นไม้ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ และมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong>การเดินทาง</strong> สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงกิโลเมตรที่ 105–106 โดยเลี้ยวเข้าทางเดียวกับพุน้ำร้อนหินดาด<br />
และอยู่เลยจากพุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/3.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-46 aligncenter" title="3" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/3-300x234.jpg" alt="" width="300" height="234" /></span></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เขื่อนวชิราลงกรณ์</span> </strong>หรือเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ 6 กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย อยู่เหนืออำเภอทองผาภูมิ ประมาณ 6 กม. ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีตาม เส้นทางหมายเลข 323 ไปทางเหนือประมาณ 147 กม. เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ<br />
และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป 1 ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการ<br />
บ้านพักและเรือ (ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโทร.  </span><span style="color: #800000;">  0 &#8230; </span><span style="color: #800000;">   ต่อ 2452, 2506 กรุงเทพฯ โทร. 0-2436-6046-8</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/41.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignnone size-medium wp-image-48" title="41" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/41-300x231.jpg" alt="" width="300" height="231" /></span></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/4.jpg"></a></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำตกเกริงกระเวีย  </span></strong>เป็นน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินปูนซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น กระแสน้ำไหลแผ่กระจายเป็นพื้นที่กว้าง มีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกเกริงกระเวียงตั้งอยู่ริมทางสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลยทางผาภูมิไปประมาณ 32 กม</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"> </span><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/5.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-49 aligncenter" title="5" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/5-300x292.jpg" alt="" width="300" height="292" /></span></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำตกไดช่องถ่อง</span></strong> เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เลยจากน้ำตกเกริงกระเวียไปตามเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี 2 กม. จะมีทางแยกซ้ายไปน้ำตกอีก ประมาณ 6 กม. สภาพเส้นทางเข้าตัวน้ำตกไม่ดีนัก เดินทางลำบากโดยเฉพาะในฤดูฝน บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี มีสถานที่สำหรับกางเต้นท็พักแรม แต่นักท่องเที่ยวต้องนำเต้นท์มาเอง</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/6.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-50 aligncenter" title="6" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/6-300x232.jpg" alt="" width="300" height="232" /></span></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำตกทุ่งนางครวญ</span></strong> เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกเป็นหินปูน มีทั้งสิ้น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่บางชั้นสูงกว่า 50 เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกทุ่งนางครวญ อยู่ห่างจากจังหวัดกาญฯ ประมาณ 190 กม. การเดินทางใช้เส้นทาง 323 ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละ เลี้ยวขวาบริเวณหลักกม.ที่ 26 (โดยสังเกตจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก 15 กม. สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก 3 กม. สภาพถนนเป็นถนนดิน ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกะบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1หากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวก สามารถติดต่อกับชาวบ้านเพื่อว่าจ้างหาผู้นำทางไปยังน้ำตกได้</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"> </span><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/7.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-52 aligncenter" title="7" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/7-300x206.jpg" alt="" width="300" height="206" /></span></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">น้ำตกผาสวรรค์</span></strong>  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงามลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น และยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยูมาก โดยเฉพาะชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ 80 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ในป่าลึกต้องอาศัยการเดินเท้าต่ออีก 40 นาที ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม &#8211; มกราคม </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong>การเดินทาง</strong> อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 155 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ 110 ผ่านบ้านสหกรณ์นิคมเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก 13 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกผาตาดแล้วเดินเท้าต่ออีก 40 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก หรือใช้เส้นทางจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผ่านเหมืองเนินสวรรค์ หมู่บ้านสะพานลาวระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงทางแยกบริเวณโครงการปลูกป่าเลี้ยวซ้ายอีก 13 กิโลเมตร ถึงที่จอดรถเดินเท้าต่ออีก 40 นาทีก็จะถึง ถ้าเดินทางในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ<br />
</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"><img class="size-medium wp-image-53 aligncenter" title="8" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/8-300x297.jpg" alt="" width="281" height="273" /></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เหมืองปิล็อก</span></strong> ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 ที่นี่เคยมีการทำเหมืองแร่ดีบุก วุลเฟรม กันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีอากาศดีโดยเฉพาะฤดูหนาว สามารถชมทัศนียภาพทะเลอันดามันที่จุดชมวิวไทย-พม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม &#8220;ปิล็อกฮิลล์&#8221; สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ 32 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งมีบ้านบนต้นไม้ ที่ &#8220;บ้านอีต่อง&#8221; ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแนวชายแดนของประเทศพม่า มีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น และน้ำตกเจ็ดมิตร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถกางเต็นท์ได้ที่บริเวณเนินช้างศึก และชมทัศนียภาพของบ้านอีต่อง (ประเทศพม่า) ได้ที่เนินเสาธง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองร้อยตระเวนชายแดนที่ 135 โทร.  </span><span style="color: #800000;"> 0 &#8230;</span><span style="color: #800000;"> </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;"><strong>การเดินทาง</strong> ควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว เมื่อผ่านอำเภอทองผาภูมิใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3272 ระยะทาง 56 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านไร่อีก 26 กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ </span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"> </p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">ขอบคุณที่มาข้อมูล</span></span></strong></p>
<ul>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #008000;"> </span><a href="http://www.kanchanaburi.com/tr-thongpp.shtml" target="_self"><span style="color: #008000;">www.kanchanaburi.com,</span></a></div>
</li>
<li style="text-align: left;"><a href="http://www.thai-tour.com"><span style="color: #008000;">www.thai-tour.com</span></a><span style="color: #008000;">                         </span></li>
</ul>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #008000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ขอบคุณที่มารูปภาพ</span></strong></span></p>
<ul>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.oknation.net"><span style="color: #008000;">www.oknation.net</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #008000;"> </span><a href="http://"><span style="color: #008000;">thai.tourismthailand.org</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.thaimtb.com"><span style="color: #008000;">www.thaimtb.com</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.geocities.com"><span style="color: #008000;">www.geocities.com</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.tourthai.com"><span style="color: #008000;">www.tourthai.com</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.thaigoodview.com"><span style="color: #008000;">www.thaigoodview.com</span></a></div>
</li>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left"><a href="http://www.thaitourzone.com"><span style="color: #008000;">www.thaitourzone.com</span></a></div>
</li>
</ul>
<p style="TEXT-ALIGN: left"> </p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
