<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยว &#187; สะพานข้ามแม่น้ำแคว</title>
	<atom:link href="http://kanchanaburi.kapook.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kanchanaburi.kapook.com</link>
	<description>กาญจนบุรี</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Oct 2009 09:23:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กาญจนบุรี : ย้อนรอยสะพานสายมรณะกาญจนบุรี</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 May 2009 09:47:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[ย้อนรอยสะพานสายมรณะกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[งานสะพานข้ามแม่น้ำแคว]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานข้ามแม่น้ำแคว]]></category>
		<category><![CDATA[หนองปลาดุก]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอบ้านโป่ง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำแคว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[   ย้อนรอยสะพานสายมรณะกาญจนบุรี 

          จังหวัดกาญจนบุรีถือได้ว่าเป็นเมืองหน้าด่านด้านทิศตะวันตกที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ จนกระทั่งมาถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในแต่ละช่วงสมัย ได้เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างเห็นได้ชัดคือ สงครามเก้าทัพเป็น การรบระหว่างไทยกับพม่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ผ่านไปได้เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญ ขึ้นมาอีกครั้งซึ่งคนไทยมิอาจลืมมันได้ก็คืสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามมหาเอเชียบูรพา
          เช้าตรู่ของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ขณะที่คนไทยกำลังหลับไหลอยู่นั้น กองทัพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นได้ยกพลอย่างสายฟ้าแลบขึ้นตลอดชายฝั่งทะเลไทยตั้งแต่บางปู จ.สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ทำให้ชาวไทยต่างต้องรวมตัวรวมพลังต่อสู้อย่างทรหด จอมพล.ป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้สั่งให้ชาวไทยที่ออกมาต่อต้านกองกำลังของสมเด็จพระจักรพรรดิยุติการต่อต้าน ทำให้กองทัพญี่ปุ่นกว่า 5,000 คน เดินทัพเข้ากรุงเทพฯ กระจายกำลังเข้าคุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
          ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 รัฐบาลไทยได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อเวลา 10.00 น. โดยญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเคารพเอกราชอธิปไตยและเกียรติยศของประเทศไทย โดยการเดินทัพครั้งนี้ทหารญี่ปุ่นได้สร้างทางรถไฟเพื่อใช้ลำเลียงสัมภาระเพื่อมุ่งไปยังประเทศพม่าด้วยเส้นทางเริ่มต้น ที่สถานีหนองปลาดุก เขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และสิ้นสุดที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ระยะทางทั้งหมดของทางรถไฟสายนี้ ราวสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นระยะทางในเขตประเทศไทยเรา 300 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>   <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080;">ย้อนรอยสะพานสายมรณะกาญจนบุรี</span></span></strong><span style="color: #000080;"> </span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/kanchanaburi_1.jpg"><img class="size-medium wp-image-129 aligncenter" title="kanchanaburi_1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/kanchanaburi_1-300x230.jpg" alt="" width="300" height="230" /></a></p>
<p>          <span style="color: #800000;">จังหวัดกาญจนบุรีถือได้ว่าเป็นเมืองหน้าด่านด้านทิศตะวันตกที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ จนกระทั่งมาถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในแต่ละช่วงสมัย ได้เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างเห็นได้ชัดคือ สงครามเก้าทัพเป็น การรบระหว่างไทยกับพม่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ผ่านไปได้เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญ ขึ้นมาอีกครั้งซึ่งคนไทยมิอาจลืมมันได้ก็คืสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามมหาเอเชียบูรพา</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">          เช้าตรู่ของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ขณะที่คนไทยกำลังหลับไหลอยู่นั้น กองทัพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นได้ยกพลอย่างสายฟ้าแลบขึ้นตลอดชายฝั่งทะเลไทยตั้งแต่บางปู จ.สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ทำให้ชาวไทยต่างต้องรวมตัวรวมพลังต่อสู้อย่างทรหด จอมพล.ป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้สั่งให้ชาวไทยที่ออกมาต่อต้านกองกำลังของสมเด็จพระจักรพรรดิยุติการต่อต้าน ทำให้กองทัพญี่ปุ่นกว่า 5,000 คน เดินทัพเข้ากรุงเทพฯ กระจายกำลังเข้าคุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด</span></p>
<p style="text-align: ;"><span style="color: #800000;">          ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 รัฐบาลไทยได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อเวลา 10.00 น. โดยญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเคารพเอกราชอธิปไตยและเกียรติยศของประเทศไทย โดยการเดินทัพครั้งนี้ทหารญี่ปุ่นได้สร้างทางรถไฟเพื่อใช้ลำเลียงสัมภาระเพื่อมุ่งไปยังประเทศพม่าด้วยเส้นทางเริ่มต้น ที่สถานีหนองปลาดุก เขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และสิ้นสุดที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ระยะทางทั้งหมดของทางรถไฟสายนี้ ราวสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นระยะทางในเขตประเทศไทยเรา 300 กิโลเมตร</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/img_7803.jpg"><img class="size-medium wp-image-130 aligncenter" title="img_7803" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/img_7803.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>          <span style="color: #800000;">หนองปลาดุก เป็นชื่อบ้านในเขตตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็น สถานที่ตั้งของชุมทางรถไฟสายสำคัญ สายประวัติศาสตร์ที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นคือ ทางรถไฟสายมรณะ หนองปลาดุกห่างจากกรุงเทพฯ ราวหกสิบกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณชั่วโมงเศษ</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">          การก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะสายนี้จึงได้เริมก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคม 2485 มีขนาดรางกว้าง 1 เมตร ยาว 400 กิโลเมตร การก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะสายนี้ถือได้ว่าเป็นการก่อสร้างทางรถไฟที่ลำบากที่สุดก็ว่าได้เพราะต้องผ่านลำน้ำแควใหญ่ ที่ ต.ท่ามะขาม จ.กาญจนบุรี แล้วตัดผ่านลำน้ำแควน้อยย้อนทวนกระแสน้ำข้ามหุบเหวและหน้าผาอันสูงชันผ่านภูเขาสูงในป่าดงดิบที่รกชัฏบริเวณเขตแดนไทยพม่าที่ด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี เพื่อไปบรรจบกับทางรถไฟในประเทศพม่าที่ญี่ปุ่นได้สร้างเอาไว้แล้วการก่อสร้างตลอดเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตลงด้วยความทารุณของสงคราม รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านป่าดงดิบ และยารักษาโรคเป็นสิ่งที่หายากและขาดแคลนในภาวะสงคราม รวมทั้งเสียชีวิตลงเพราะการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะช่วงที่เลียบลำน้ำแควน้อยนี้ มีผู้ต้องสังเวยชีวิตนับพันคน</span></p>
<p><span style="color: #800000;">           การก่อสร้างสะพานสายมรณะสายนี้วิศวกรญี่ปุ่นคาดว่า จะแล้วเสร็จต้องใช้ เวลานาน 5-6 ปี ดังนั้น ทางกองทัพญี่ปุ่นสั่งให้เสร็จภายใน 1 ปี ทหารญี่ปุ่นจึงต้องเกณฑ์เอาไพร่พลเชลยศึกจาก มลายู สิงคโปร์ ชวา และแถบแปซิฟิก ประมาณ 61,700 คน มาทำงาน ในจำนวนดังกล่าวนี้มีชาวอังกฤษ 30,000 คน ออสเตรเลีย 13,000 คน ชาวดัชต์ หรือฮอลันดา 18,000 คน และ ชาวอเมริกา อีก 700 คน ยังมีการเกณฑ์แรงงานจากชาติอื่นๆ อีก เช่น ฮองกง ไทย อินเดีย อีกประมาณ 1 แสนคน</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">          การก่อสร้างสะพานสายมรณะเหล่าเชลยศึกต้องสร้างสะพานไม้ระดับต่ำไปทางท้ายน้ำ 100 เมตร การก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จใน พ.ศ.2486 แต่กระแสน้ำได้พัดสะพานไม้หักล้มพังพินาศญี่ปุ่นจึงเปลี่ยนแผนนำชิ้นส่วนสะพานแบบสำเร็จรูปบรรทุกทางเรือมาจากชวา 11 ช่วง วางต่อกันบนตอม่อจนแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2486 โดยใช้เวลาการก่อสร้างกว่า 7 เดือน ทำให้เหล่าเชลยศึกต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าอนาถนับหมื่นคน</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">         หลังจากที่ญี่ปุ่นได้สร้างสะพานเสร็จก็ถูกกองทัพฝ่ายพันธมิตรได้นำเครื่องบินแบบ บี 24 และ บี 29 โจมตีอย่างหนักตามเส้นทางรถไฟ ทำให้สะพานช่วงที่ 4-6 ขาดจากกัน 3 ช่วง หลังจากนั้น ทหารฝ่ายพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดอีกที่ค่ายทหารญี่ปุ่นที่จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้บ้านเรือนเกิดเพลิงไหม้ ทำให้เสียหายมาก</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">          จุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบลง เมื่อทหารฝ่ายพันธมิตรได้ใช้เครื่องบินเอโนลาเกของสหรัฐอเมริกาจากฐานทัพทิเนียน บรรทุกระเบิดปรมาณูบินด้วยความสูง 9,600 เมตร ไปทิ้งที่กลางเมืองฮิโรชิมา ทำให้บ้านเรือนกว่า 50,000 หลังคาเรือนพังพินาศในพริบตาเดียว มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 แสนคน ต่อมาก็นำเอาระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ไปทิ้งที่เมืองนางาซากิราบเป็นแห่งที่สอง ทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนแก่ฝ่ายพันธมิตร โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น </span></p>
<p><span style="color: #800000;">          หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมลงอยู่ใต้ทะเลสาบของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และทางรถไฟสายนี้ กลายเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์และความโหดร้ายของสงครามครั้งนั้น รวมถึงเป็นอนุสรณ์ให้แก่ผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามอีกด้วย</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          หลังสงครามโลก เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทางรถไฟได้ตกเป็นสมบัติของรัฐบาลอังกฤษ ต่อมา รัฐบาลไทยได้ขอซื้อคืนมาในราคา ๑,๒๕๐,๐๐๐ ปอนด์ และได้รื้อรางบางส่วนบริเวณรอยต่อชายแดนไทยพม่าออกไป จากนั้นได้ซ่อมแซมทางรถไฟจนถึงสถานีน้ำตก ส่วนทางรถไฟที่เหลือ ได้กลายสภาพเป็นป่าปกคลุมตลอดทาง  ปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้เปิดบริการขบวนรถในเส้นทางธนบุรี-น้ำตก และเส้นทางกรุงเทพฯ-น้ำตกไทรโยคน้อย เนื่องจากทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผา เลียบกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบัน ทางรถไฟสายนี้ สิ้นสุดที่บ้านท่าเสา หรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก ยาว ๗๗ กิโลเมตร</span></p>
<p><span style="color: #800000;">          เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า หลักฐานต่างๆ ถูกรื้อทำลายไปหมด ไม่เหลือให้เห็น ไม่ว่าจะหลุมหลบภัย หรืออื่นๆ ก็จะเหลือเพียงคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ ที่จะเล่าเรื่องราวในอดีต ให้กับคนรุ่นใหม่ฟัง แต่เรื่องเล่านี้จะสืบทอดกันยาวนานชั่วลูกสืบหลานหรือไม่นั้น คงต้องอาศัยตัวหนังสือในประวัติศาสตร์ช่วยกันบอกเล่ากันด้วย</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #800000;">          ด้วยเหตุนี้เองสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเส้นทางสายมรณะสายนี้ของ จังหวัดกาญจนบุรี จึงเป็นสะพานสายมรณะสายประวัติศาสตร์ของโลก และเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น</span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #008000;"> </span><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">ขอบคุณที่มาข้อมูลและรูปภาพ</span><br />
<a href="http://www.kanchanaburi.com/kannews/01115.html" target="_blank">kanchanaburi.com</a><br />
<a href="http://http://seedang.com/stories/39326" target="_blank">seedang.com</a><br />
<a href="http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn/2007/12/13/entry-1" target="_blank">oknation.net</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานที่ท่องเที่ยว: กาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์</title>
		<link>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2008 06:50:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>marita</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวจำงหวัดกาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[ทางรถไฟสายมารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานข้ามแม่น้ำแคว]]></category>
		<category><![CDATA[สังขละบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนศรีนครินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kanchanaburi.kapook.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[ &#8221;แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก&#8221; 
     &#8220;เมืองกาญจน์&#8221; หรือ กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยม เดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก &#8220;เมืองกาญจน์&#8221; เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำและน้ำตก
     


พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร   


     พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล ชมความสวยงามอลังการของฉากต่างๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่างๆ อาทิ การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน



อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี


     อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_62.jpg"></a><span style="color: #ff0000;"> &#8221;แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก&#8221;</span></strong><span style="color: #ff0000;"> </span></p>
<p style="text-align: left;">     &#8220;เมืองกาญจน์&#8221; หรือ กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยม เดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก &#8220;เมืองกาญจน์&#8221; เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำและน้ำตก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_2_1.jpg"><img class="size-medium wp-image-10 aligncenter" title="kanchanaburi_2_1" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_2_1.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a>     <a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_31.jpg"></a><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_3.jpg"></a></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><strong>พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร</strong>   </span></div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: left;">     พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล ชมความสวยงามอลังการของฉากต่างๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่างๆ อาทิ การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-13" title="kanchanaburi_4" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_4.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;"><strong><span style="color: #800000;">อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</span></strong></div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: left;">     อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด (เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์) มีเนื้อที่ 36,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2523 มีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิเช่น เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง คือ</p>
<p style="text-align: left;"><strong>เส้นทางแรก </strong></p>
<p style="text-align: left;">          เป็นเส้นทางเดินป่าจากถ้ำธารลอดน้อยถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ภายในถ้ำธารลอดน้อยจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำชื่อ ลำกระพร้อย เมื่อพ้นถ้ำธารลอดน้อยออกมาจะต้องเดินป่าต่อไปอีก 1.5 กิโลเมตร จะถึง น้ำตกไตรตรึงษ์ เดินต่อไปอีกราว 1 กิโลเมตร จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทาง 2.5 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: left;"><strong>เส้นทางที่สอง</strong></p>
<p style="text-align: left;">          เป็นเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกธารเงินและน้ำตกธารทอง ระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_5.jpg"><img class="size-medium wp-image-14 aligncenter" title="kanchanaburi_5" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_5.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><strong>อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี</strong> </span></li>
</ul>
<p style="text-align: left;">     อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 180 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ &#8211; สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 39 &#8211; 40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขาแหลม) เป็นต้น มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯ ร่มรื่น มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง</p>
<p style="text-align: left;">     น้ำตกกระเต็งเจ็ง อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาด 13 คนโอบ การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ นั้น ต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 &#8211; 3 ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_62.jpg"><img class="size-medium wp-image-17 aligncenter" title="kanchanaburi_62" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_62.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><strong>เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</strong>  </span></li>
</ul>
<p style="text-align: left;">     เขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_10.jpg"><img class="size-medium wp-image-18 aligncenter" title="kanchanaburi_10" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_10.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><strong><span style="color: #800000;">สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี  </span></strong></li>
</ul>
<p style="text-align: left;"><strong>     </strong>สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตร ที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา ทั้งนี้ สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง6,982 หลุม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_9.jpg"><img class="size-medium wp-image-19 aligncenter" title="kanchanaburi_9" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_9.jpg" alt="" width="157" height="198" /></a></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><strong><span style="color: #800000;">ทางรถไฟสายมรณะ อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี </span> </strong></li>
</ul>
<p style="text-align: left;"><strong>     </strong>ทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์ จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประเทศพม่า เส้นทางสายนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงการบุกเบิกสร้างของทหารเชลยศึกพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า<br />
ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะผ่านไปตามหน้าผาเลียบไปกับแม่น้ำแควน้อย ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_7.jpg"><img class="size-medium wp-image-20 aligncenter" title="kanchanaburi_7" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_7.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><strong>ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี</strong>  </span></li>
</ul>
<p style="text-align: left;">ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บริเวณกิโลเมตรที่ 64 – 65 บนทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี – ไทรโยค &#8211; ทองผาภูมิ) เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์ และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น พิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด<br />
ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏให้เห็นอยู่</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_11.jpg"><span style="color: #800000;"><img class="alignnone size-medium wp-image-21" title="kanchanaburi_11" src="http://kanchanaburi.kapook.com/wp-content/uploads/2008/10/kanchanaburi_11.jpg" alt="" width="220" height="157" /></span></a><span style="color: #800000;"> <br />
</span></p>
<ul>
<li style="text-align: left;"><span style="color: #800000;"><strong>สะพานข้ามแม่น้ำแคว อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี</strong> </span></li>
</ul>
<p style="text-align: left;">     สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง</p>
<p style="text-align: left;"><strong><span><span style="color: #008000;">ที่มา : </span><a href="http://hilight.kapook.com/view/22379"><span style="color: #008000;">www.kapook.com</span></a></span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kanchanaburi.kapook.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
